วันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

โอดรายได้ไม่พอเลี้ยงลูกแฝด 3 วอนคนใจบุญช่วยค่านม

เลย - สองสามีภรรยายังหนุ่มสาววัย 17-18 ปี ชาวเมืองเลย โอดคลอดลูกแฝด 3
รายได้ไม่พอซื้อนมเลี้ยงลูก ต้องใช้นมผงวันละกระป๋องตกกระป๋องละกว่า 200
บาทขณะที่รายได้รับจ้างรวมกันทั้งครอบครัวไม่ถึง 300 บาท
วอนผู้มีใจบุญช่วยเหลือ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีชาวบ้าน บ้านกลาง ต.หนองหญ้าปล้อง
อ.วังสะพุง จ.เลย ได้มี 2 สามีภรรยาอยู่บ้านกลาง ต.หนองหญ้าปล้อง
อ.วังสะพุง จ.เลย คลอดลูกแฝด 3 เป็นชายล้วน ฐานะความเป็นอยู่ไม่ดี
เดือดร้อนหนัก หาเงินซื้อนมเลี้ยงลูกแฝด 3 ไม่ไหว
อยากขอความช่วยเหลือจากผู้มีบุญช่วยเรื่องของนมลูก

ผู้สื่อข่าวจึงไปที่บ้านกลาง ต.หนองหญ้าปล้อง อ.วังสะพุง
บ้านเลขที่ 128 หมู่ 1 บ้านกลาง ซึ่งเป็นบ้านของนายวีระศักดิ์
เสี้ยวภูเขียว อายุ 18 ปีผู้เป็นสามี เมื่อไปถึงก็พบ น.ส.ชมภู
เชื่อช่างเหล็ก อายุ 17 ปี ซึ่งเป็นมารดาของลูกแฝด 3 พร้อมด้วยนางกรรลิกา
เสี้ยวภูเขียว แม่ยาย และญาติช่วยกันเลี้ยงเด็กแฝดทั้ง 3 ซึ่งมีอายุได้ 3
เดือนเศษและนายจีระศักดิ์ เสี้ยวภูเขียว พ่อลูก 3 ด้วยความวุ่นวาย
ทุลักทุเล

นางชมพู เชื้อช่างเหล็ก เล่าว่า ลูกทั้ง 3 คนเป็นชายล้วน
คลอดที่โรงพยาบาลจังหวัดเลย เมื่อวันที่ 10 เม.ย.52
โดยแพทย์ได้ทำการผ่าออก เนื่องจากยังไม่ครบกำหนดคลอดและลูกทั้ง 3
ซึ่งเป็นผู้ชายล้วน อยู่ในการดูแลของทางโรงพยาบาลเป็นเวลาเดือนครึ่ง
เมื่อออกจากโรงพยาบาลก็มาอยู่ที่บ้านที่บ้านศรีบุญเรือง ต.วังสะพุง
อ.วังสะพุง แต่ก็อยู่ไม่ได้ เพราะที่บ้านไม่มีคนช่วยเลี้ยง
แม่ก็พิการเป็นอัมพาต จึงต้องเอาลูกทั้ง 3 มาอยู่ที่บ้านสามี
เพื่อให้แม่ยายและญาติทางสามีช่วยเลี้ยง

ตอนนี้มีปัญหาในเรื่องของนมลูกทั้ง 3
ฐานะความเป็นอยู่ของครอบครัวก็ไม่ดี
ทุกคนต้องออกหารับจ้างหาเงินมาซื้อนมให้ลูกทั้ง 3 กิน
วันหนึ่งตกวันละกระป๋อง กระป๋องหนึ่งก็ 200 กว่าบาทเป็นภาระหนักมาก
การเลี้ยงดูเด็กทั้ง 3 ค่อนข้างมีปัญหา
เนื่องจากยังใหม่และอายุของแม่นั้นก็ยังนั้นแค่ 17 ปี ไม่มีประสบการณ์
เวลาที่เด็กนั้นร้องพร้อมกันทั้ง 3 คน จะมีญาติและเพื่อนบ้านของสามี
ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงนั้น มาช่วยกันเลี้ยง

นางชมพู กล่าวว่า
สิ่งที่ตนและครอบครัวต้องการความช่วยเหลือเป็นอย่างมากในตอนนี้
คือนมผงสำหรับเด็ก เพราะตนไม่มีนมให้ลูกกิน
ทุกวันนี้คนในครอบครัวก็ต้องออกหาเงินมาซื้อนมให้ลูกและหลาน ทั้ง 3 คน
รายได้ทั้งครอบครัว พ่อแม่ ปู่ยา รวมกันไม่น่าจะถึง 300 กว่าบาท
แต่ลูกทั้ง 3 คนนั้น ต้องกินนมมวันละกระป๋องประมาณ 250-270 บาทต่อวัน
ยังไม่รวม ค่าใช้จ่ายอื่นๆ

ส่วนอุปกรณ์ด้านอื่นๆ นั้นก็ได้รับบริจาค จากคนที่ทราบข่าวเช่น
ผ้าอ้อมเก่าๆ ที่เคยใช้มาแล้ว จากเพื่อนบ้าน
ตนและสามีไม่รู้จะรับสภาพนี้ไปได้นานสักแค่ไหน
ค่าใช้จ่ายสูงเกินกว่ารายได้เป็นเท่าตัว อยากวอนคนใจบุญช่วยเหลือด้วย

สำหรับ เลขที่บัญชีที่สามารถโอนเงินบริจาคช่วยเหลือค่าใช้จ่ายเลี้ยงลูกของนางชมพู
ชื่อบัญชี นางสาวชมพู เชื้อช่างเหล็ก ธนาคาร กรุงไทย สาขาเลย 4030305008
บัญชี ออมทรัพย์

http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000082677

สมาชิก กบข.เลยจี้รัฐแก้ปัญหาตามข้อเรียกร้อง - ขู่ฟ้องศาลยุบกองทุนคืนเงินสมาชิก

เลย - สมาชิก กบข เลยกว่า 500 คนเขียนใบลาออก พร้อมเครือข่ายทั้งจังหวัด
หากนายกฯเมินการแก้ไขปัญหา ขู่หากไม่ดำเนินการตามข้อเรียกร้อง สมาชิก
กบข.ทั่วประเทศจะยื่นฟ้องต่อศาลให้ยกเลิกกองทุนและคืนเงินแก่สมาชิก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.00น.วันนี้ (22 ก.ค.)
ที่หอประชุมขุมทองวิไล ภายในมหาวิทยาลัยราชภัฏเลย
กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เดินทางบรรยาย
เพื่อให้ความรู้และเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่างๆที่เกี่ยวข้องกับ (กบข.)
และร่วมตอบคำถามสมาชิก รวมถึงรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่างๆ
ของสมาชิกเพื่อนำมาพัฒนาปรับปรุงวิธีการทำงาน

โดยมีกลุ่มคัดค้านและสมาชิกที่เดือดร้อนจากปัญหากองทุน
มาถือป้ายผ้า ประท้วงอยู่บริเวณ ด้านหน้าของหอประชุม

นายอุทร พินิจมนตรี แกนนำและผู้ประสานงานองค์กรเครือข่าย สมาชิก
กบข.จังหวัดเลย กล่าวว่า
ในวันนี้ทางกลุ่มองค์กรผู้ประสานงานองค์กรเครือข่าย สมาชิก
กบข.จังหวัดเลย ได้มาเรียกร้องสิทธิ์จากการบริหารของ กบข ที่ผิดพลาด
ด้านนโยบายและมีการยื่นหนังสือ ดังกล่าวไปยังตัวแทน กบข ที่มา บรรยาย
โดยมีข้อเรียกร้อง ดังต่อไปนี้

1. ให้แก้หลักเกณฑ์การคำนวณเงิน กบข. ตามมาตรา 63
และมาตราที่เกี่ยวข้องในสูตรการคำนวณเป็น อัตราเงินเดือนเดือนสุดท้าย คูณ
เวลาราชการ หารด้วย 50

2. กรณีสมาชิก กบข. ถึงแก่ความตาย
เพิ่มเติมให้มีสิทธิ์ได้รับเงินประเดิม เงินชดเชย
และผลประโยชน์ตอบแทนอื่นอีกด้วย

3. ให้สมาชิก กบข.
สามารถลาออกจากการเป็นสมาชิกได้และมีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญ เงินสะสม
เงินสมทบ เงินประเดิม เงินชดเชย
และผลประโยชน์ตอบแทนอื่นตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

4. ให้หลักเกณฑ์การคำนวณบำนาญ กบข. ใหม่มีผลย้อนหลัง

5. ให้คณะกรรมการ กบข. คืนเงินที่ขาดหายไปแก่สมาชิกพร้อมดอกเบี้ย

6. หากยังไม่ดำเนินการตามข้อเรียกร้อง 1-5 สมาชิก กบข.
ทั่วประเทศจะดำเนินการดังนี้ คือ งดส่งเงินเข้ากองทุน (กบข.)
,ยื่นใบลาออกเพร้อมกัน ,สมาชิก กบข. ทั่วประเทศจะยื่นฟ้องต่อศาล
,ขอให้ยกเลิกกองทุนและคืนเงินแก่สมาชิก

นายอุทร กล่าวต่ออีกว่า สมาชิก กบข
ที่อยู่ในส่วนของครูนั้นทั้งจังหวัดเลยมีอยู่ประมาณ 5,000 คน
วันนี้ทางสมาชิกได้รับการเดือดร้อน จากพ.ร.บ. กองทุน ซึ่งเอาเปรียบสมาชิก
ทางแกนนำก็อยากให้มีการแก้ไข ซึ่งมาผลจากมาตร 63 ทำให้ การรับบำนาญน้อยลง
มีปัจจัยกับค่าครองชีพของ สมาชิก ทุกคนที่มา ณ
จุดนี้อยากลาออกจากการเป็นสมาชิก เราไม่เอาเงินสมสมทบก็ได้
แต่ให้เอาเงินสะสม ของเราคืนมา เราพร้อมที่จะลาออกอยู่แล้ว

แต่วันนี้เขาไม่ให้เราลาออก เพราะเหตุผลใดก็อยากให้มีแก้ไข
หากไม่ให้เราลาออกก็ให้แก้ไขกฏหมาย อย่างน้อย ร้อยละ 90
หรือเงินเดือนเดือนสุดท้าย หารด้วย 50 เต็มก็ยิ่งดี
เพราะเงินก้อนนี้เป็นเงินของสมาชิก ที่เอาไปลงทุน หากไม่นำไปลงทุน
ก็ควรแก้ให้พวกเราด้วย สมาชิกเดือดร้อนจริง

สมาชิกที่เลยนั้น เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งกับกลุ่มและคอยผลักดัน ณ
วันนี้มาการรวบรวมใบลาออก จาก กขบ นั้นมาอยู่ที่ผมแล้วเป็นจำนวนมาก
เกือบทุกหน่วยงาน พร้อมไปยื่นที่กระทรวงการคลังและนายกรัฐมนตรี
ซึ่งท่านรับปากไว้ และหลังจากนี้ไป และจากการที่รัฐบาลบอกว่า 60 วัน
จะดำเนินการแก้ไขให้ ในช่วงนี้ทางกลุ่มก็จะมีการขับเคลื่อนไปเรื่อยๆ
เพื่อไม่ให้เขาลืมว่า สิ่งที่พวกเรายื่นไปนั้น ให้ดำเนินการ
หากไม่ได้คำตอบที่จะมีการยื่นฟ้องศาลปกครอง และไม่จบแน่นอน
ทางสมาชิกจะดำเนินการจนถึงที่สุดอย่างแน่นอน

วันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

นักธุรกิจอีสานปลุกชีพกระเช้าขึ้นภูกระดึง

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 20 กรกฎาคม 2552 15:57 น.

รูปแบบโครงการกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึง ที่เคยมีการเผยแพร่สู่สาธารณชน
เลย-หอ การค้าอีสานหนุนสร้างกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึง
อ้างตัวเลขรายได้ที่คาดว่าจะฟันจากนักท่องเที่ยวที่รักความสะดวกสบายอย่าง
น้อย 200 ล้านบาท/ปีเป็นตัวการันตีการลงทุน
อดีตประธานหอเมืองเลยพ้อเสียดายรัฐบาล
นช.แม้วหนุนอยู่แล้วแต่ดันล้มเสียก่อน ด้านนักอนุรักษ์ฯติง
"ภูกระดึง"เป็นของคนไทยทุกคน
ก่อนตัดสินใจต้องถามคนทั้งประเทศที่สำคัญต้องให้ทุกภาคส่วนสังคมมีส่วนร่วม
ลงมติ

โครงการสร้างกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึง เงียบหายไปหลายปี
หลังจากมีหลายฝ่าย โดยเฉพาะนักอนุรักษ์ องค์กรภาคเอกชน
ได้ออกมาท้วงติงถึงความไม่เหมาะสมด้วยประการทั้งปวง
ไม่ว่าจะเป็นการทำลายทัศนียภาพของแหล่งท่องเที่ยว ทำลายทรัพยากรป่าไม้
ฯลฯ

อย่างไรก็ตาม เมื่อ เร็วๆนี้ ในการประชุม
คณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ครั้งที่ 1/2552
ที่โรงแรมภูดารารีสอร์ท อ.ภูเรือ จ.เลย ของหอการค้าไทย ที่มีนายสมชัย
ไกรครุฑรี กรรมการรองเลขาธิการหอการค้าไทย ประธานหอการค้า
จังหวัดอุดรธานี เป็นประธาน และมี นายอุดมศักดิ์ จรกิจ
รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย นายสมใจนึก เองตระกูล ประธานกรรมการบริษัท
ทิพยประกันภัย จำกัด(มหาชน) อดีตปลัดกระทรวงการคลัง และ
ตัวแทนหอการค้าทั้ง 19 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าร่วมประชุมนั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงหนึ่งของการประชุม ประเด็น
หนึ่งที่มีการหยิบยกขึ้นมาหารือในที่ประชุม คือ
กรณีโครงการลงทุนก่อสร้างกระเช้าภูกระดึง
ซึ่งผู้เข้าร่วมประชุมบางส่วนแสดงความเห็นให้การสนับสนุน
และมีหลายรายที่ไม่เห็นด้วย

นาย สุเครื่อง บุรินทร์กุล อดีตประธานหอการค้าจังหวัดเลย
กล่าวว่าในฐานะที่ตนผลักดันโครงการสร้างกระเช้าภูกระดึงมาตั้งแต่ปี พ.ศ.
2549 อยากจะขอความร่วมมือ
คณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือช่วยสนับสนุนโครงการ
ก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าขึ้นอุทยานแห่งชาติภูกระดึง
ถือเป็นการดำเนินงานต่อเนื่องที่มีการนำเสนอต่อรัฐบาลเมื่อปีพ.ศ.2549
สมัยรัฐบาลทักษิณไปแล้ว
ทั้งนี้รัฐบาลทักษิณมีท่าทีให้การสนับสนุนโครงการดังกล่าว
แต่เสียดายที่ล้มไปเสียก่อน


ดังนั้น ในฐานะอดีตประธานหอการค้าเลยและตัวแทนภาคเอกชนในพื้นที่
จึงขอรับการสนับสนุนจากคณะกรรมการชุดนี้ให้ช่วยผลักดันโครงการนี้ต่อ
ซึ่งค่าก่อสร้างในปัจจุบันประเมินแล้วจะอยู่ในราว 600 ล้านบาท
และหากสร้างเสร็จและเปิดบริการนักท่องเที่ยว
จะสามารถสร้างรายได้ให้แก่จังหวัดเลย ได้ปีละ 200 ล้านบาท

"ผมเชื่อว่าโครงการสร้างกระเช้าขึ้นภูกระดึงจะไม่ได้รับการต่อต้าน
จากคนในท้องถิ่น หรือกลุ่มอนุรักษ์แต่อย่างใด
เพราะมีแต่ผลดีต่อเศรษฐกิจท่องเที่ยวของจังหวัดเลย"นายสุเครื่องกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาย
หลังที่นายสุเครื่องเปิดประเด็นโครงการก่อสร้างกระเช้าภูกระดึง
และตัวแทนหอการค้าหลายท่านได้แลกเปลี่ยนความเห็น
ในที่สุดในที่ประชุมก็ได้เห็นพ้องที่จะร่วมกันผลักดันให้มีการก่อสร้าง
โครงการดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม นายประยงค์ อัฒจักร
ประธานมูลนิธิเลยเพื่อการอนุรักษ์พัฒนาอย่างยั่งยืน
แสดงความเห็นต่อภาคธุรกิจเอกชนที่พยายามผลักดันโครงการก่อสร้างกระเช้าขึ้น
ภูกระดึงดังกล่าวอีกครั้งว่า มูลนิธิฯไม่คัดค้าน
แต่ก่อนที่จะดำเนินการใดๆ ก็ตาม
อยากให้เปิดโอกาสให้ชาวจังหวัดเลยทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินว่า
จะให้มีกระเช้าหรือไม่
โดยนำเอาข้อมูลที่เป็นจริงออกมาเปิดเผยให้ทุกคนทราบ
และข้อมูลเหล่านั้นต้องเข้าถึงชาวเลยจริงๆ
โดยเฉพาะผลการศึกษาเปรียบเทียบผลได้ผลเสียที่จะเกิดขึ้น
ทั้งในประเด็นผลกระทบสิ่งแวดล้อม
ผลกระทบด้านเศรษฐกิจท้องถิ่นและผลกระทบด้านสังคมทั่วไป

" ภูกระดึงไม่ใช่ของคนจังหวัดเลยเพียงเท่านั้น
ทุกคนในประเทศนี้ต่างเป็นเจ้าของร่วม
ดังนั้นทุกภาคส่วนต้องออกมาแสดงความคิดเห็น
ถกเถียงกันในวงกว้างให้รอบด้านทุกประเด็น
เมื่อผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของสังคมนี้ไปแล้วค่อยว่ากันอีกทีว่าควรจะมี
การผลักดันโครงการสร้างกระเช้าขึ้นภูกระดึงหรือไม่ จังหวัดเลย
เปรียบเสมือน เพชร ที่ยังไม่ได้เจียระไน มีทรัพยากรธรรมชาติ
ที่อุดมสมบูรณ์ และภูกระดึง
เป็นหนึ่งในสถานที่ทางธรรมชาติในไม่กี่แห่งในประเทศไทย
ที่ทุกคนปรารถนาว่าครั้งหนึ่งในชีวิต ต้องมาเยือนให้ได้"นายประยงค์กล่าว

วันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

พระราชทานเพลิงศพทหารกล้าเมืองเลยพลีชีพที่ภาคใต้

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 4 กรกฎาคม 2552 19:20 น.
เลย-แม่ทัพภาค 2 เป็นประธานพิธีพระราชทานเพลิงศพ ทหารกล้า ร้อยตรีกฤษฏา
เฮียงหล้า เสียชีวิตจากเหตุลอบวางระเบิดขณะปฏิบัติหน้าที่ชุดเฉพาะกิจชุดคุ้มครองครู
ที่ปัตตานี

เมื่อเวลา 16.30 น.วันนี้(4 ก.ค.) พลโท วิบูลย์ศักดิ์ หนีพาล
แม่ทัพภาคที่ 2 เดินทางเป็นประธานในงานพระราชทานเพลิงศพ ร้อยตรีกฤษฏา
เฮียงหล้า ทหารกล้าที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติภารกิจที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
ณ วัดศรีสุทธาวาส พระอารามหลวง อ เมือง จังหวัดเลย โดยนายมานิตย์ มกรพงศ์
ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย พลตรีชาญชัย ภูม่วง พลตรีวีรพงษ์ คงเกษม ร่วมพิธี

ร้อยตรีกฤษฎา เฮียงหล้า (พลทหารเก่าได้เลื่อนชั้นยศ)
เกิดเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2532 ภูมิลำเนาบ้านเลขที่ 27 หมู่ 8
ตำบลปากปวน อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย
เสียชีวิตจากเหตุลอบวางระเบิดขณะปฏิบัติหน้าที่สังกัดหมวดปืนเล็กที่ 2
ร้อย 8011 เฉพาะกิจปัตตานี 25 ชุดคุ้มครองครูบริเวณบ้านสามแยกบ้านบาโง
หมู่ 1 ตำบลปานัน อำเภอบายอ จังหวัดปัตตานี และเสียชีวิต เมื่อวันที่ 30
มิถุนายน 2552

จากนั้นพลโท วิบูลย์ศักดิ์ หนีพาล แม่ทัพภาคที่ 2 มอบธงชาติ
เพื่อเป็นเกียรติ สดุดีทหารกล้า ให้แก่ญาติ พร้อมมอบเหรียญบางระจันทร์
และมอบเงินบำรุงขวัญจาก ผู้บัญชาการทหารบก โดยในงานพระทานเพลิงศพ
ร้อยตรีกฤษฎา เฮียงหล้า ครั้งนี้มีประชาชน ทหาร จำนวนมากร่วมงาน


http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000075866

วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2552

สสส.ร่วมมูลนิธิเลยฯ จัดงานรณรงค์พัฒนาพลังงานทางเลือกในชุมชน

เลย - สสส.จับมือมูลนิธิเลยฯ จัดงานพลังงานชุมชนภาคอีสาน พลังงานทดแทน
ลดภาวะโลกร้อน หวังเผยแพร่ความรู้และความเข้าใจการวางแผนพลังงานชุมชน
การพัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะสม
และการทำพลังงานทางเลือกในชุมชนแบบพึ่งตนเองในระยะยาว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 08.00 น.วันนี้ (29 มิ.ย.)
นายบุญเลิศ ลันทนา ปลัดอาวุโสอำเภอภูหลวง รักษาการแทนนายอำเภอภูหลวง
เดินทางเป็นประธานเปิดงาน พลังงานชุมชนภาคอีสาน โดยมีนายประยงค์ อัฒจักร
เลขาธิการมูลนิธิเลยเพื่อการอนุรักษ์และพัฒนาอย่างยั่งยืน ให้การตอนรับ

การจัดงานครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจาก สสส. มูลนิธินโยบายสุขภาวะ
มูลนิธิเลยเพื่อการอนุรักษ์และพัฒนาอย่างยั่งยืน
ประสานความร่วมมือกับองค์กรภาคี
ผู้ดำเนินงานกิจกรรมพัฒนาแนวทางพลังงานทางเลือกชุมชน
จัดงานมหกรรมมหกรรมพลังงานชุมชนอีสาน ขึ้น ณ ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติภูหลวง
บ้านศรีเจริญ ตำบลเลยวังไสย์ อ.ภูหลวง จังหวัดเลย

นายประยงค์ อัฒจักร
เลขาธิการมูลนิธิเลยเพื่อการอนุรักษ์และพัฒนาอย่างยั่งยืน
ระบุว่าการจัดงานครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญ
เพื่อแสดงเทคโนโลยีและการจัดการพลังงานชุมชนที่หลากหลาย
ให้ชุมชนที่สนใจสามารถเริ่มดำเนินการได้ด้วยตนเอง
เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านพลังงานชุมชน
และสื่อสารเผยแพร่เรื่องพลังงานชุมชนสู่สังคม

กระบวนการดำเนินงานชุดโครงการสนับสนุน จัดการความรู้ และประเมินผล
โครงการวิจัยและพัฒนา "พลังงานทางเลือกชุมชน"ที่ผ่านมา
มูลนิธินโยบายสุขภาวะ
ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
ซึ่งคาดหวังว่าหลังจากเสร็จสิ้นโครงการชุมชนในภาคอีสานและบุคลทั่วไปจะได้
รับความรู้และความเข้าใจในการวางแผนพลังงานชุมชน
การพัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะสม และการทำพลังงานทางเลือกในชุมชนแบบพึ่งตนเอง

ขณะ เดียวกันจะนำไปสู่เกิดขึ้นของเครือข่ายการเรียนรู้พลังงานทางเลือกในภาค
อีสาน ร่วมมือพัฒนาเป็นนโยบายสาธารณะของพลังงานทางเลือกชุมชน
และสาธารณชนได้เรียนรู้ประสบการณ์ และความรู้ของบุคคลและชุมชน
ในการทำพลังงานทางเลือกในชุมชนได้อย่างต่อเนื่อง

ภายในงานมีการจัดแสดงนิทรรศการฐานความรู้ด้านพลังงานทางเลือก เช่น
รถยนต์พลังงานน้ำ ไบโอดีเซล โรงอบยางพลังงานแสงอาทิตย์ ก๊าซชีวภาพ
เตาแก๊สพลังงานแกลบ เตาชีวมวล จักรยานสีถั่ว สีข้าว เครื่องตะบันน้ำ
กังหันปั่นน้ำ กังหันพลังงานลม เตาอบพลังงานแสงอาทิตย์ ไบโอแก๊ส
หลากหลายทคนิควิธีการการนำพลังงานทางเลือกมาใช้ในชีวิตจริง
งานนี้ผู้ที่สนใจเต็มอิ่มกับความรู้ตามแนวทางพลังงานทางเลือก

อีกทั้งการจัดงานภายในศูนย์กสิกรรมธรรมชาติทำให้ผู้ที่สนใจได้รับความรู้แนวทางการหลักกสิกรรมธรรมชาติเป็นองค์ความรู้แถมอีกด้วย

http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000073257

วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ผีตาโขน 52 ออกอาละวาดแล้วที่เมืองเลย

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 27 มิถุนายน 2552 22:37 น.
เลย-งานบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขนประจำปี 2552 ที่อำเภอด่านซ้าย จ.เลย
เริ่มแล้ว ท่ามกลางนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเข้าชมอย่างคับคั่ง

วันนี้(27 มิ.ย.) ที่บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย
นายมานิตย์ มกรพงษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย
เป็นประธานเปิดงานประเพณีบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขน ประจำปี 2552
โดยมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก
หนาตากว่าทุกปี

นายพิสุทธิ์ บุษยพรรณพงษ์ นายอำเภอด่านซ้ายกล่าวว่า
งานประเพณีบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขน
เป็นงานบุญประเพณีสำคัญของชาวอำเภอด่านซ้าย ซึ่งเป็นการนำเอางานบุญบั้งไฟ
หรือ ฮีตเดือนหก และงานบุญพระเวส หรือฮีตเดือน 4 รวมเข้าเป็นงานเดียวกัน
เพื่อให้ชาวบ้านได้ฟังเทศน์มหาชาติทั้ง 13 กัณฑ์
ซึ่งเชื่อว่าจะได้รับอนิสงส์แรงกล้า

ทั้งนี้การจัดงานมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการอนุรักษ์สืบสานศิลป
วัฒนธรรมและประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น
เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เกิดความรัก ความสามัคคีของชาวอำเภอด่านซ้าย
และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจของท้องถิ่น

ภายในงานมีแสดงขบวนแห่ผีตาโขน การแสดงศิลปวัฒนธรรมของท้องถิ่น
นอกจากนี้ยังมีการจำหน่ายสินค้าพื้นบ้าน อาทิ หน่อไม้หวาน น้ำผักสะทอน
เห็ดหอม ฟักหอม ไม้ดอกไม้ประดับและของที่ระลึก
และที่บริเวณตลาดเย็นเทศบาลตำบลด่านซ้าย จัดให้มี "มหกรรมอาหารสะอาด
รสชาติอร่อย" มีการแสดงศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นและมีมหรสพให้ชมฟรีทุกคืน


http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000072808

วันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ปภ.เลยจับตา 97 หมู่บ้านเสี่ยงน้ำป่าซัด-ดินถล่ม

เลย - ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเลย เฝ้าระวัง 97
หมู่บ้านเสี่ยงเจอน้ำป่า-ดินถล่ม ตั้งมิสเตอร์เตือนภัยกว่า 800
คนดูแลสถานการณ์ฉุกเฉิน

ผู้สื่อข่าวรายงงานว่า นายสุเทพ มณีโชติ
ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเลย กล่าวว่า
จากการที่เข้าสู่ฤดูฝนมาแล้วนั้น ในจังหวัดเลยสภาพภูมิประเทศกว่าร้อยละ
80 เป็นภูเขา ดังนั้นจึงมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัยและดินโคลนถล่ม
ซึ่งจากการสำรวจของทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเลย
พบหมู่บ้านที่มีความเสี่ยงจำนวน 97 หมู่บ้าน จาก 8 อำเภอ 26 ตำบล
ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ คือ ต.กกสะทอน ต.โคกงาม และ ต.ด่านซ้าย
อ.ด่านซ้าย นับตั้งแต่เข้าสู่ฤดูฝนเป็นต้นมา
ได้เกิดเหตุน้ำป่าพัดเข้าหมู่บ้านในตำบลดังกล่าวมาแล้ว

โดยเฉพาะตำบลกกสะทอน ซึ่งเป็นต้นน้ำป่าสัก มีผู้เสียชีวิต 1 ราย
และนอกจากนี้พื้นที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษคือ ต.เลยวังใส อ.ภูหลวง
ซึ่งเป็นแหล่งต้นแม่น้ำเลย เพราะมีหมู่บ้าน และโรงเรียนอยู่ในหุบเขา
เคยเกิดเหตุน้ำป่าเข้าท่วมหมู่บ้านเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ปริมาณน้ำฝนสะสมตั้งแต่ช่วงต้นฤดูมาถึงขณะนี้
ยังถือว่ามีน้อยกว่าปีที่ผ่านมา จึงไม่น่าเป็นห่วงเท่าที่ควร
แต่เพื่อความไม่ประมาท
ทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเลยได้ร่วมกับองค์กรปกครองส่วน
ท้องถิ่น และฝ่ายปกครองของแต่ละอำเภอ
ทำการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุน้ำป่าและดินโคลนถล่มไปแล้ว
และนอกจากนี้ยังมีการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่แจ้งเหตุประจำหมู่บ้าน
หรือมิสเตอร์เตือนภัยทั้งจังหวัดแล้วจำนวน 800 คน

พร้อม ทั้งได้มอบเครื่องมือวันปริมาณน้ำฝน
และไซเรนแบบมือหมุนให้พื้นที่เสียงภัยทั้ง 97 หมู่บ้านด้วย
จึงเชื่อมั่นว่าทุกฝ่ายมีความพร้อมรับสถานการณ์ได้
และลดการสูญเสียอย่างมีประสิทธิภาพ

คุมเข้มนักท่องเที่ยวต่างชาติงานผีตาโขน หวั่นหวัดใหญ่ 09 ระบาด

เลย-สาธารณสุขเลย หวั่นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ระบาด
สั่งคุมเข้มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ช่วงเทศกาลงานบุญผีตาโขน


นายวิวรรธน์ ก่อวิริยกมล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเลย กล่าวว่า
จากการระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ในขณะนี้นั้น
ตนได้สั่งการให้หน่วยงานสาธารณสุขอำเภอ
และโรงพยาบาลทุกแห่งรณรงค์ให้ความรู้แก่ประชาชนทั่วไป
และร่วมมือกับสถานศึกษาให้ทราบถึงวิธีป้องกันในรูปแบบต่างๆ เช่น
การล้างมือให้สะอาดอย่างถูกวิธี ก่อนหยิบอาหารเข้าปาก
การใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดทำความสะอาดอุปกรณ์เครื่องมือที่ใช้ร่วมกันบ่อยๆ

การไอหรือจามควรใช้ผ้าปิดจมูก ควรหลีกเลี่ยงที่ชุมนุมชน
หากมีอาการไข้ขึ้นสูง หรือมีอาการคล้ายไข้หวัด ควรไปพบแพทย์ทันที
การป้องกันที่ดีที่สุดคือการหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
เพราะจะเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันโดยธรรมชาติ

สำหรับในพื้นที่จังหวัดเลยจากการตรวจสอบ
ผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศยังไม่พบผู้ติดเชื้อ H1N1 แต่อย่างใด
ซึ่งทุกหน่วยงานขณะนี้ได้เตรียมพร้อมรับมือไว้แล้ว หากพบผู้ติดเชื้อ H1N1
จะเข้าทำการควบคุมเฉพาะพื้นที่ ไม่ให้มีโอกาสแพร่เชื้อไปสู่พื้นที่อื่นๆ

ส่วนในช่วงเทศกาลบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขนที่กำลังจะมีขึ้นในวัน
ที่ 26-28 มิถุนายน 2552 นี้
ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาร่วมงานเป็นจำนวนมาก
โดยเฉพาะชาวต่างชาติ
ตนได้กำชับให้ทางเจ้าหน้าที่อาสาสมัครสาธารณสุขในพื้นที่
เข้าไปช่วยดูแลอย่างใกล้ชิด
คาดว่าการแพร่ระบาดในพื้นที่ชนบทคงเป็นเรื่องยาก

วันอังคารที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ผู้ประกอบการเมืองเลยจี้ผู้ว่าฯ เลือกขายท่องเที่ยวหรืออุตฯ เหมืองแร่

เลย - ผู้ประกอบการท่องเที่ยวจังหวัดเลยหนุนรัฐบาลกู้เงิน 4 แสนล้านบาท
กู้วิกฤตชาติ จี้ผู้ว่าฯเลยให้เลือกยุทธศาสตร์จังหวัดระหว่างอุตสาหกรรมเหมืองแร่กับการ
ท่องเที่ยวธรรมชาติ จะเอาอย่างไหนกันแน่

เมื่อเวลา 09.00 น.วันนี้ (23 มิ.ย.) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
สำนักงานเลย จัดประชุมผู้ประกอบการการท่องเที่ยวจังหวัด
เพื่อหารือถึงทิศทางการฟื้นฟูการท่องเที่ยวที่กำลังซบเซาอยู่ในขณะนี้
รวมถึงความเห็นต่อนโยบายของรัฐบาลที่จะกำหนดลงมาช่วยเหลือผู้ประกอบการท่อง
เที่ยวด้วย

ร.อ.ปฏิวัติ สิงขร เลขาธิการสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเลย
กล่าวว่า ทางผู้ประกอบการท่องเที่ยวจังหวัดเลยส่วนใหญ่เห็นด้วยกับรัฐบาลที่จะกู้เงิน
จากต่างประะเทศจำนวน 400,000 ล้านบาท เพื่อมากู้วิกฤตเศรษฐกิจ
เพราะมีความจำเป็นอย่างยิ่ง
อย่างไรก็ตามอยากจะขอเรียกร้องให้รัฐบาลนำเงินกู้มาช่วยเหลือด้านการท่อง
เที่ยวด้วย เพราะถือเป็นกลุ่มที่สามารถนำเงินตราเข้าประเทศได้เป็นกอบเป็นกำ

โดยเฉพาะการนำเงินมาปรับปรุงเส้นทางคมนาคมและปรับปรุงแหล่งท่อง
เที่ยวต่างๆในจังหวัดเลยและจังหวัดใกล้เคียง
รัฐบาลควรเร่งโครงการความร่วมมือระหว่างไทยกับ สปป.ลาว
ในการก่อสร้างถนนลาดยางจากสะพานมิตรภาพน้ำเหืองไทย-ลาว ไปสู่หลวงพระบาง
เพราะจะเป็นการเปิดเส้นทางท่องเที่ยวใหม่สู่ประเทศเพื่อนบ้านได้สะดวกขึ้น
ผลที่เกิดขึ้นต่อเนื่องคือ
จะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้ให้เติบโตขึ้นด้วย

นอก จากนี้
ที่ประชุมยังได้เรียกร้องไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดเกี่ยวกับการกำหนด
ยุทธศาสตร์จังหวัดให้เป็นเมืองท่องเที่ยวโดยเน้นจุดขายที่ธรรมชาติป่าไม้
ไม่ใช่การเปิดให้นายทุนเข้ามาประกอบการเหมืองแร่
ทำลายธรรมชาติเหมือนเช่นทุกวันนี้

เส้นทางคมนาคมไปสู่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่งชำรุดทรุดโทรมเนื่อง
จากรถบรรทุกแร่ขับผ่าน หากธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์หายไป
จะกระทบอย่างหนักต่อธุรกิจท่องเที่ยวของจังหวัด
จึงอยากเรียกร้องให้ทางจังหวัดเลือกให้ชัดเจนว่าจะให้จังหวัดเลยพัฒนาไปใน
ทิศทางใด อุตสาหกรรมเหมืองแร่หรือการท่องเที่ยวทางธรรมชาติ


http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000070763

สสจ.เลยระดมพลทำความสะอาด สนง.หวังปลอดเชื้อหวัดใหญ่

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 23 มิถุนายน 2552 11:22 น.
เลย - นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเลย ขานรับนโยบายกระทรวงสาธารณสุข
เร่งป้องกันและควบคุมโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิด A (H1N1)
ระดมเจ้าหน้าที่ พนักงานช่วยกันทำความสะอาดอาคารสถานที่ทำงาน


นพ.วิวรรธน์ ก่อวิริยกมล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเลย เปิดเผยว่า
จากการที่กระทรวงสาธารณสุข มีนโยบายให้สถานบริการสาธารณสุขทุกแห่ง
เร่งป้องกันและควบคุมโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิด A (H1N1)
เนื่องจากโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิด A (H1N1)
ที่เริ่มมีการระบาดที่เม็กซิโก และขยายไปทุกทวีป
จนกระทั่งแพร่ระบาดมาที่ทวีปเอเชีย และเข้าสู่ประเทศไทยในที่สุด

ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่
ชนิด A (H1N1) แพร่ระบาดในจังหวัดเลย
จึงได้ระดมพลเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและลูกจ้างทุกคน
ร่วมกันทำความสะอาดบริเวณในอาคารสำนักงาน
และนอกสำนักงานของสถานบริการสาธารณสุขทุกแห่ง
พร้อมทั้งเชิญชวนทุกหน่วยงาน โรงเรียน สถานประกอบการและทุกบ้าน
ดำเนินการทำความสะอาดโดยพร้อมเพรียงกัน

นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเลย กล่าวทิ้งท้ายว่า
โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิด A (H1N1) นี้สามารถป้องกันได้
ถ้าทุกคนปฏิบัติตามหลักสุขบัญญัติแห่งชาติ 10 ประการ และ "กินร้อน
ช้อนกลาง ล้างมือทุกครั้งที่จะกิน หรือเอามือมาแตะปาก จมูก ตา
หรือหลังออกจากห้องน้ำห้องส้วม ใส่หน้ากากอนามัยเมื่อมีอาการไข้หวัด"


http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000070643

บั้งไฟล้านเอราวัณจัดยิ่งใหญ่

เลย - บุญบั้งไฟล้ากิ่งอำเภอเอราวัณ จัดอย่างยิ่งใหญ่
ริ่วขบวนที่ส่งเข้าประกวดตระการตา
เผยเป็นชุมชนที่ขึ้นชื่อการจัดงานบุญบั้งไฟของจังหวัด
แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศมาชมนับหมื่น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา14.00 น. วันนี้( 21 มิ.ย. )
นายวิสา ยัญญลักษณ์ นายอำเภอเอราวัณ จ.เลย
เป็นประธานในพิธีเปิดงานประเพณีบุญบั้งไฟล้าน ประจำปี 2552
ที่บริเวณสนามหน้าโรงเรียนบ้านเอราวัณ กิ่ง อ.เอราวัณ จ.เลย
บนถนนสายเลย-อุดรธานี โดยมีขบวนแห่บั้งไฟถึง 13 ขบวนจาก 13 หมู่บ้าน
ต่างตกแต่งริ้วขบวนได้วิจิตรสวยงาม รวมทั้งการแต่งกายสวยงามหลากสีสัน

นายสุรสิทธิ์ คันนู นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลผาอินทร์แปลง
กล่าวรายงานว่า งานประเพณีบุญบั้งไฟเอราวัณ
ถือว่าเป็นบุญประเพณีบุญเดือนหก ที่ยิ่งใหญ่ในจังหวัดเลย เป็นที่ประทับใจ
ปัจจุบัน มีประชาชน และนักท่องเที่ยวจากต่างจังหวัดเดินทางมาท่องเที่ยว
เป็นจำนวนมาก นับหมื่นคน ชุมชนอำเภอเอราวัณเป็นชุมชนเข้มแข็ง
ประชาชนมีความร่วมมือ และขึ้นชื่อในเรื่องความสมัครสมานสามัคคี
และยึดมั่นให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีที่ดีงาม

อำเภอเอราวัณเป็นที่รวมของชาวบ้านที่เดินมาจากทั่วประเทศไทย
มาตั้งรกรากทำมาหากินจนเป็นปึกแผ่น ส่วนใหญ่มาจากทางอีสานใต้
ที่ยึดมั่นขนบธรรมเนียมประเพณีอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะบุญบั้งไฟ
ชาวบ้านส่วนใหญ่ ออกทุน ออกแรง ช่วยกันบริจาคทุกหลังคาเรือน ตบแต่งขบวน
พร้อมกั[ฝึกเต้นเซิ้ง ทุกวันเป็นแรมเดือน

โดยปีนี้มีมาร่วมแห่ 13 ขบวนจากทุก อบต.
เพื่อเข้าประกวดขบวนแห่บั้งไฟ จะมีการแข่งขันจุดบั้งไฟล้าน ชิงเงินรางวัล
50,000 บาท

วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ชาวภูหลวงร้องสภาทนายความนายทุนรวมหัว ขรก.ท้องถิ่นฮุบที่ดิน

เลย - ชาวบ้านภูหลวง จังหวัดเลย ร้องสภาทนายความเลย
ถูกนายทุนออกเอกสารสิทธิ ฮุบที่ โดยมีข้าราชการในท้องถิ่นรู้เห็นเป็นใจ
วอนนายกรัฐมนตรีช่วยด่วน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 08.30 น.วันนี้ (19 มิ.ย.)
ได้มีชาวบ้านจากอำเภอภูหลวง ประมาณ 50 ราย
เข้าไปร้องเรียนความเดือดร้อนกับสภาทนายความจังหวัดเลย
เพื่อขอความเป็นธรรม กรณีมีนายทุนจะออกสารสิทธิทับที่ ในเขตอำเภอภูหลวง
นับ 100 ราย

นายพนมยงค์ ไชยปะ ประธานสภาทนายความจังหวัดเลย กล่าวว่า ในปี
2537-2538 มีนายทุนจากกรุงเทพฯ ได้เข้าไปกว้านซื้อที่ดินบ้านนาฝาย ต.ภูหอ
อ.ภูหลวง จ.เลย 20 กว่าแปลง ได้มีการเรียกเอา นส.3 จากชาวบ้าน
โดยการวางวัดจำซื้อไว้ไร่ละ 8,000 บาท
โดยมีการระบุว่าจะมาซื้อที่ดินดังกล่าว ซึ่งสมัยนั้นไร่ละ 8,000 บาท
ถือว่าแพง ก็มีชาวบ้านส่วนหนึ่งนำไปขายให้กับนายทุนกลุ่มนี้

ต่อมาได้มีการซื้อขายประมาณ 20 กว่าราย
ซึ่งมีการวางวัดจำไว้ส่วนหนึ่ง ตั้งแต่ 8,000-10,000
บาทจากนั้นนายทุนก็นำเอา น.ส.3
ไปด้วยและมีการทำสัญญาว่าจะซื้อจะขายในเดือนนั้นและอีกที่เหลือจะมาชำระจาก
นั้นก็จะมาโอนกันในภายหลัง พอครบกำหนด ทางนายทุนก็เดินทางมาจริงๆ

แต่ปรากฏว่านายทุนกลับไม่ซื้อที่ดินดังกล่าวแล้วบอกว่าให้ฉีกหนังสือ
สัญญาที่จะซื้อจะขายนั้นทิ้งไป ส่วนเงินมัดจำนั้นก็จะไม่รับคืน ให้ไปเลย
ส่วน น.ส.3 นั้นจะเอามาคืนภายหลัง
หลังจากนั้นทางนายทุนกลุ่มนี้ก็หายไปเลย

จากนั้นประมาณปี 2547 ปรากฏว่าได้มีนายทุนนำ น.ส.3 ทั้งหมดนั้นมา
แล้วบอกว่าชาวบ้านที่มีชื่ออยู่ใน น.ส.3 นั้นได้ขายให้แล้ว
และมีการไปขายฝากเป็นทอดๆ ไปจำนองธนาคารบ้าง ขายฝากในที่อื่นๆ บ้าง
เป็นชื่อของบุคลอื่นไปแล้ว และจะมารังวัดออกโฉนด
ชาวบ้านตกใจมากกับกรณีที่เกิดขึ้น
และเข้าไปร้องเรียนกับศูนย์ดำรงธรรมของจังหวัดเลย
และสุดท้ายมีความชัดเจนว่าเอกสาร น.ส.3
ที่อยู่กับนายทุนที่ออกใหม่นั้นไม่ถูกต้อง

โดยจังหวัดเลยได้ตั้งคณะกรรมการสอบไปยังอำเภอภูหลวง
ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ไปค้นที่สำนักงานที่ดินเพื่อค้นสารบบ
ปรากฏว่าเอกสารทั้งหมดนั้นหายไปหมด
ทั้งยังมีนายทุนหรือเจ้าหน้าที่เข้าไปข่มขู่ที่หมู่บ้านหลายครั้ง

และผ่านมาประมาณ 5-6 ปี ต้นปี 2552
ได้มีหนังสือของนายทุนมาหาชาวบ้านบอกว่าให้ชาวบ้านออกไปจากพื้นที่ดินของตน
และล่าสุดในวันที่ 16 มิถุนายน 2552 มีการออกไปรังวัดออกโฉนด
จากนั้นชาวบ้านโวยวายและได้ไปแจ้งความ ที่ สภ.ภูหลวง โดย พ.ต.ท.ชาญชัย
กุณะวงค์ พส สบ 3.รับแจ้งความไว้

โดยชาวบ้านได้แจ้งการคัดค้านการเดินสำรวจเพื่อออกโฉนด
โดยนายอภิชาต จุฬาวกูร อายุ 38 ปีบ้านเลขที่ 158/9 ซ.หาดสุวรรณ ถนนนนทรี
ต.ช่องนนทรี เขตยานนาวา โดยมอบให้นายโสภณ เจริญกุล อายุ 43 ปี บ้านเลขที่
21/79 ม.3 ต.สร้อยทอง ถ.ปู่เจ้าสมิงพราย ต.สำโรง สมุทรปราการ
เพื่อรับรองการทำประโยชน์ในที่ดิน น.ส.3 เลขที่ 1765 (เดิม1465) 1773
1775 1776 1777 รวมทั้งหมด 26 แปลง ไว้เป็นหลักฐาน

นายพนมยงค์กล่าวต่ออีกว่า หลังจากมีชาวบ้านมายื่นเรื่องไว้ 100
กว่าครอบครัว และรวบรวมเอกสารของเกษตรกรที่มาร้อง ทั้งหมด 26
ฉบับและหนังสือสัญญาจะซื้อขาย ด้านการดำเนินการ
ทางสภาทนายความจังหวัดเลยจะได้มีการประชุมปรึกษาแนวดำเนินการ
ช่วยเหลือเกษตรกรกลุ่มนี้ โดยจะพิจารณาในประเด็น 1.
การทำงานของเจ้าหน้าที่ ข้าราชการที่ดินที่ทำผิดโดยมิชอบ
จะหาตัวเจ้าหน้าที่กลุ่มนี้มาลงโทษ
หากจับได้ว่าส่วนไหนให้ความร่วมมือในการออกเอกสาร

2.ยื่นเรื่องต่อศาลเพื่อเพิกถอนเอกสารสิทธิของนายทุน
เพื่อให้ทางศาลได้เพิกถอนที่มีการพิพาทกันและดำเนินการเรื่องออกเอกสารสิทธิ
ใหม่ให้เกษตรกรกลุ่มนี้

ด้าน นายธนกฤต หนึ่งในตัวแทนกลุ่มชาวบ้าน กล่าวว่า สัญญาวางวัดจำ
ชาวบ้านได้ยืนยันว่าไม่ได้ ขายให้กับนายทุนกลุ่มนี้แต่อย่างได
บางคนก็ไม่ได้รับเงินมัดจำด้วยซ้ำ วอนนายกรัฐมนตรีลงมาช่วยอีกทาง
ดังสโลแกนประชาชนต้องมาก่อน

ยิงปะทะพรานล่าเนื้อ จนท.รักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวงเจ็บ 2

เลย - เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าภูหลวง จังหวัดเลย ยิงปะทะพรานป่า
ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย
เผยเป็นกลุ่มชาวบ้านที่ล่าสัตว์ป่าเป็นงานอดิเรกหลังพักจากเร่ขายลอตเตอรี่
จับกุมพรานใจโหดได้ 1 ราย ส่วนเพื่อนร่วมก๊วนหนี

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อเวลา 05.30 น.วันนี้ (18 มิ.ย.)
นายชัยณรงค์ ดูดดื่ม หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง จ.เลย
ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่าน้ำค้อใหญ่
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง บ้านน้ำค้อใหญ่ หมู่ 12 ต.ทรายขาว
อ.วังสะพุง จ.เลย ว่าเจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวนได้ยิงปะทะกับพรานป่า
ทำให้เจ้าหน้าที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ 2 นาย
จึงแจ้งให้ชุดกู้ชีพโรงพยาบาลภูหลวง
พร้อมเจ้าหน้าที่เดินทางไปรอรับในหมู่บ้าน
ส่วนเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่านำรถขับเคลื่อน 4 ล้อ
ขึ้นไปลำเลียงผู้บาดเจ็บลงมาจากป่า

เวลาผ่านไปเกือบ 3 ชั่วโมง
จึงลำเลียงผู้บาดเจ็บจากป่ามาถึงโรงพยาบาลภูหลวง เมื่อเวลา 07.00 น.
เข้าทำการรักษาอย่างเร่งด่วน ทราบผู้บาดเจ็บ นายสมมุติ นิพวงลา
หัวหน้าชุดลาดตระเวน อายุ 55 ปี บ้านเลขที่ 11 หมู่ 9 บ้านนาหลวง
ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง ถูกยิงด้วยกระสุนปืนลูกซองที่หัวไหล่ขวา
กระสุนฝังใน 1 เม็ด ส่วนอีกคน นายประกอบ วังคีรี เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า
อายุ 45 ปี บ้านเลขที่ 15 หมู่ 3 บ้านนาน้อย ต.ท่าศาลา อ.ภูเรือ จ.เลย
ถูกยิงด้วยปืนชนิดเดียวกันที่ต้นขาขวาเลยข้อเท้าขึ้นมาราว 5 นิ้ว
ทะลุจำนวน 2 เม็ด
หลังจากทำความสะอาดบาดแผลแล้วได้นำเจ้าหน้าที่ที่ได้รับบาดเจ็บส่งไปรักษา
ต่อยังโรงพยาบาลเลยต่อไป เพื่อทำการผ่าตัดเพื่อเอากระสุนที่ฝังในออก

นายสมมุติ นิพวงลา หัวหน้าชุดลาดตระเวณดังกล่าวเปิดเผยว่า ได้
รับแจ้งว่ามีพรานจากบ้านนาวัว ต.ทรายขาว
มีพื้นที่รอบเทือกเขาภูหลวงเข้ามาลักลอบล่าสัตว์ป่า
และมีเสียงอาวุธปืนดังในป่ามา 4-5 วันแล้ว จึงจัดเจ้าหน้าที่ 6 นาย
เสริมอีกนาย 1 นาย ออกลาดตระเวน ตั้งแต่วันที่ 16
มิ.ย.ที่ผ่านมาโดยค้างแรมในป่า จนกระทั่งเมื่อคืนนี้เวลาตี 2
เดินทางมาถึงบริเวณรั้วไฟฟ้าติดโครงการอาหารช้าง
ตามพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด ห่างจากที่ทำการหน่วยฯ ประมาณ 2 กม.
ห่างจากหมู่บ้าน 5 กม. จึงออกตามเสียงปืนไป
จนมาถึงที่เกิดเหตุเห็นหลังนายพรานไม่ห่างกันมากนัก
หนึ่งในนั้นได้หันกระบอกปืนยิงสาดมายังตน 1 นัด ถูกที่หัวไหล่ขวา
นอกจากนั้น กระสุนยังไปถูกลูกน้องที่ข้อเท้า ขณะนั้นไม่ได้คิดอะไร
คิดแต่ว่าต้องจับคนร้ายให้ได้ จึงกัดฟันร่วมกับเจ้าหน้าที่ที่มาด้วยกัน
ตามจับคนร้ายได้ 1 คน

ส่วนอีกคนหนีไปได้ทราบชื่อภายหลัง นายนาวิน รัตนภักดี อายุ 32 ปี
บ้านเลขที่ 183 หมู่ 7 บ้านนาวัว ต.ทรายขาว อ.วังสะพุง จ.เลย
พร้อมปืนลูกซองเดี่ยว ยี่ห้อรอสซี่ เลขประจำปืน เอส 381544 1 กระบอก
พร้อมหางเก้ง 1 หาง ส่วนอีกคนหนีไปได้

สอบสวนนายนาวิน ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นผู้ยิง
คนยิงคือนายโก้ ไม่ทราบนามสกุล เป็นคนบ้านน้ำทบ ต.เขาหลวง
เพิ่งรู้จักกันเมื่อไม่กี่วัน มาทำนาซึ่งติดกับที่นาที่ตนมารับจ้างไถนา
จึงชวนกันมาหากบและของป่ากินกัน โดยเข้าป่าเมื่อตอน 5 โมงเย็นวานนี้
เมื่อคืนนี้มีพรานอีกกลุ่มหนึ่ง จำนวน 3 คน ยิงเก้งได้ 1 ตัวบนยอดเขา
จึงโทรศัพท์มาให้นายโก้ไปหาและเอาหางเก้งกลับมาทำเป็นพวงกุญแจ

นายชัยณรงค์ ดูดดื่ม หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง
เปิดเผยว่า พรานกลุ่มนี้เป็นชาวบ้านมีฐานะมีอาชีพขายลอตเตอรี่
ส่วนใหญ่อยู่ในบ้านนาวัว ต.ทรายขาว หลังกลับจากขายล็อตเตอรี่ ไม่มีงานทำ
จะนัดกันมาลักลอบล่าสัตว์เป็นประจำ ส่วนใหญ่เอาไว้รับประทาน ไม่ได้ไว้ขาย
มักจะเข้ามาในวันพระและหลังหวยออก สร้างความหนักใจให้แก่เจ้าหน้าที่
เบื้องต้นได้แจ้งข้อหาเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต
ล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า
ต่อสู้ขัดขืนการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่
และนำผู้ต้องหาส่งเจ้าพนักงานสอบสวน สภ.วังสะพุง เจ้าของท้องที่

ร.ต.ท.คมสัน ปัดถม ร้อยเวร สภ.วังสะพุง กล่าวว่า หลัง
คุมตัวผู้ต้องหา ได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนเดินทางไปยังที่เกิดเหตุ
ขณะนี้ได้รับงานงานว่า พบซากเก้งที่ชำแหละแล้วพร้อมกับหัว
ทิ้งไว้ห่างจากที่เกิดเหตุขึ้นไปบนเขา รวม 3 กม.
พร้อมกับปืนลูกซองเดี่ยวอีก 1
กระบอกพร้อมนำกำลังออกติดตามคนร้ายที่กำลังหลบหนีเหลืออีก 4 คน
คาดว่าจะได้ตัวเร็วนี้ เพราะทราบตัว ที่อยู่แล้ว

มรภ.เลยเลี้ยงศาลปู่เจ้าแก้อาถรรพณ์อุปทานหมู่

เลย-มรภ.เลยจัดเลี้ยงศาลเจ้าปู่เต็ง ลาเต็มพิธีกรรม
หลังเกิดอุปทานหมู่นับร้อยขณะซ้อมรับน้องเมื่อเร็วๆ นี้
เตือนอย่าทำอะไรเสียงดังหลังพระอาทิตย์ตก
หวั่นเป็นชนวนสร้างความรู้สึกอุปทานหมู่ซ้ำ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (16 มิ.ย.) ที่ศาลเจ้าปู่เต็งลา
ข้างตึกคอมพิวเตอร์ ภายในมหาวิทยาลัยราชภัฏเลย ถนนเลย-เชียงคาน ต.เมือง
อ.เมือง จ.เลย ได้มีพิธีเลี้ยงเจ้าปู่ประจำปี โดยในปีนี้มีคณะผู้บริหาร
คณาจารย์ บุคลากร เจ้าหน้าที่ และ นักศึกษาทั้งปีที่ 1 และรุ่นพี่
เข้าร่วมพิธีเป็นประวัติการณ์นับพันคน

เริ่มพิธีโดย ผช.บุญวัฒน์ บุณทะวงศ์
ผู้อำนวยการสำนักศิลปะและวัฒนธรรม กล่าวรายงานต่อ รศ.นคร อินทรีย์สังวร
รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร รักษาการแทนอธิการบดีว่า ทางมหาวิทยาลัยฯ
ร่วมกับองค์การนักศึกษา มีพิธีเลี้ยงศาลพระภูมิประจำปี พ.ศ.2552
โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อสืบสานประเพณีและสร้างขวัญกำลังใจแก่บุคลากร
ตลอดจนนักศึกษาในโอกาสเริ่มต้นปีการศึกษาใหม่

รศ.นคร อินทรีย์สังวร รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร
เปิดเผยหลังเสร็จพิธีว่า หลังจากมีเหตุการณ์ นักศึกษา เกิดอุปทานหมู่
นับร้อยคน เมื่อคืนวันที่ 10 มิ.ย.52 ที่ผ่านมา
ที่บริเวณสนามฟุตบอลภายในมหาวิทยาลัย ขณะทำการซ้อมร้องเพลง
ทางมหาวิทยาลัยฯ ร่วมประชุมกับแพทย์โรงพยาบาลจิตเวชเลยราชนครินทร์
ทางแพทย์ชี้แจงว่า
การเกิดอุปทานหมู่มักเกิดในที่ที่มีคนรวมกลุ่มกันเป็นจำนวนมาก
และมีคนอยู่ 3 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 มักเป็นกับตัวนำเริ่มต้นมีอาการก่อน
อาจจะมี 1-2 คน พอเริ่มก็จะมีกลุ่มที่ 2 ตามมา เป็นจำนวนมากสักหน่อย
ส่วนกลุ่มที่ 3 จะตามมาแต่ไม่มาก

ดังนั้น ทางแพทย์แนะนำให้ทำการตรวจกลุ่มที่ 1 และ 2
โดยจะนำเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจที่กองพัฒนานักศึกษา โดยทำเป็นความความลับ
เพื่อป้องกันไม่ให้นักศึกษาเกิดปมด้อย
คาดว่าถ้าได้รับการบำบัดอาการเกิดอุปทานหมู่ก็จะหายไปเอง
โดยกิจกรรมต่างๆที่กำหนดไว้ล่วงหน้าขอให้งดไว้
และหลังจากทำพิธีเลี้ยงเจ้าปู่แล้ว ตามความเชื่อของคนไทย
เหมือนกับเป็นการขอขมาเจ้าที่เจ้าทาง เหตุการณ์วุ่นวายต่างๆ ก็คงจะดีขึ้น

นายกันตภณ ไวโสภา อาจารย์ประจำสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์
คณะวิทยาการจัดการ ระบุว่า
ประเพณีเลี้ยงเจ้าปู่เต็งลามีมาตั้งแต่ยังเป็นวิทยาลัยครูเลย เมื่อ 36
ปีก่อน ซึ่งที่ตั้งมหาวิทยาลัยฯ เดิมเป็นที่ป่าติดกับวัดป่าพุทธยาน
มีผู้บริจาคให้สร้างเป็นวิทยาลัยครู ตั้งแต่ พ.ศ.2516 และมีเหตุการณ์
นักศึกษาเป็นลมชักมากบ้างน้อยบ้าง แต่ในปีนี้มีมากเป็นพิเศษ

ผู้สื่อข่าวเข้าไปสังเกตการณ์บริเวณเต็นท์ นักศึกษา
ที่เข้าร่วมทำพิธีและทำการเข้าทรงเจ้าปู่ตา โดยมี นายนิรวัฒน์ สิทธิลี
ศิษย์เก่าโปรแกรมวิชารัฐประศาสนศาสตร์ เป็นผู้เข้าทรง
หลังทรงเจ้าได้กล่าวผ่านไปยังนักศึกษาว่าที่เกิดเหตุการณ์ขึ้นนั้น
ทั้งนี้ เนื่องจากปู่ไม่พอใจว่ามืดค่ำแล้วทำไมยังไม่กลับบ้าน
เตือนว่าหลังตะวันตกดินอย่าส่งเสียงดังรบกวน
และห้ามผู้หญิงขึ้นไปบริเวณลานพระพุทธเป็นอันขาด
ซึ่งนักศึกษาที่ได้เห็นและฟังต่างเห็นด้วยเป็นเสียงเดียวกันว่าจะปฏิบัติตาม

หลังจากนั้นเป็นการทำพิธีสู่ขวัญ ผูกแขนแก่นักศึกษาใหม่
โดยมีคณาจารย์ เจ้าหน้าที่ และรุ่นพี่เข้าร่วมพิธีมากเป็นประวัติการณ์


http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000067911

เลยพร้อมจัดงานบุญผีตาโขนโชว์นักท่องเที่ยวทั่วโลก

เลย - ผู้ว่าฯ เลยเผยพร้อมจัดงานประเพณีบุญหลวงผีตาโขน
งานประเพณีท้องถิ่นที่มีแห่งเดียวในโลก
เชื่อนักท่องเที่ยวสารพัดทิศแห่เข้าร่วมชมขบวนแห่ผีตาโขน
เสริมบรรยากาศการท่องเที่ยวเมืองเลย

เมื่อเร็วๆ นี้ นายมานิตย์ มกรพงษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย
ร่วมแถลงข่าวการจัดงานประเพณีบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขนประจำปี 2552
จัดโดยจังหวัดเลย ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)
องค์การบริหารส่วนจังหวัดเลย เทศบาลตำบลด่านซ้าย
และองค์การบริหารส่วนตำบลในอำเภอด่านซ้าย ในบริเวณวัดโพนชัย อ.ด่านซ้าย
จ.เลย

นายมานิตย์ มกรพงษ์
ผู้ว่าราชการจังหวัดเลยกล่าวถึงการจัดงานประเพณีบุญหลวง
และการละเล่นผีตาโขน ประจำปี 2552 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-28
มิถุนายน 2552 ถือว่างานดังกล่าวมีเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย
และมีเพียงหนึ่งเดียวในโลก โดยในปีนี้หน่วยงานต่างๆในจังหวัดเลย
และชาวอำเภอด่านซ้าย ได้ร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดงาน
เพื่ออนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น
และเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดเลย
อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมอาชีพ สร้างงาน
สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวแก่ประชาชนชาวอำเภอด่านซ้าย

สำหรับในปีนี้นักท่องเที่ยวจะได้ชมขบวนแห่ผีตาโขนชุดใหญ่ที่ประกอบ
ด้วย ขบวนควายตู้ ขบวนคนถั่งบั้ง การเล่นทอดแห เล่นขายยา
และการเล่นขายของที่ยังคงเอกลักษณ์ดั้งเดิมของชาวด่านซ้าย
ขณะเดียวกันยังมีความสนุกสนานในรูปแบบของการละเล่นผีตาโขน
ขบวนแห่เจ้าพ่อกวน-เจ้าแม่นางเทียม ขบวนแห่พระเวสสันดรเข้าเมือง

อีก ทั้งยังมีกิจกรรม การแสดงทางวิชาการ
การแสดงศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น พิธีเบิกพระอุปคุต การเทศน์มาลัยหมื่น
มาลัยแสน การเทศน์มหาชาติ 13 กัณฑ์ การออกร้านจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง
การประกวดผีตาโขน การจัดมหกรรมอาหารสะอาด รสชาติอร่อย
การกระโดดร่มดิ่งพสุธา และการแข่งขันจักรยานล้อเดียว เป็นต้น
คาดว่านักท่องเที่ยวจะเกิดความประทับใจในการเที่ยวชมงานประเพณีบุญหลวง
และการละเล่นผีตาโขนประจำปี 2552 อย่างแน่นอน

วันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2552

หมอจิตเวชย้ำ นศ.มรภ.เลยเป็นลมนับร้อยเหตุอุปทานหมู่

เลย - หมอจิตเวชชี้อาการนักศึกษาเลยเกิดอาการผิดปกติ
เกิดจากโรคอุปทานหมู่ แต่หลายคนยังเห็นแย้ง
อาจลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในมหาวิทยาลัย

กรณีที่นักศึกษาของมหาวิทยาลัยราชภัฎเลย เป็นลมหมู่ จำนวน 85 คน
ขณะที่เตรียมการจัดกิจกรรมอัญเชิญตราพระราชลัญจกร จัดขึ้นวันที่ 15
มิถุนายน 2552 เหตุเกิดขณะที่นักศึกษาจำนวนมาก ราว 2,000
คนรวมอยู่ในที่บริเวณเดียวกันนานได้เกิดอาการดังกล่าวขึ้น
มีการจับกลุ่มวิจารณ์กันว่า
อาจเกิดจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในมหาวิทยาลัยราชภัฏเลย
ซึ่งมีศาลเจ้าปู่เต็งลาที่ตั้งอยู่ด้านหน้าตึกคอมพิวเตอร์
ภายในมหาวิทยาลัยราชภัฏเลย

เนื่องจากนักศึกษาทุกกรุ่นจะเกิดอาการผิดปกติดังกล่าวเป็นประจำทุกปี
แต่ปีนี้จะมีนักศึกษามีอาการดังกล่าวเป็นจำนวนมากกว่าทุกปี

นายแพทย์จิตเวช ณัฐกร จำปาทอง ประจำโรงพยาบาลเลย กล่าวว่า
อาการของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏเลย เกิดจากความเครียด
หรือเรียกว่าอุปทานหมู่ หากมีการกระตุ้นก็จะเกิดอาการ มือจีบ เท้าเกร็ง
ถ้ามีคนหนึ่งเกิดอาการขึ้นก็จะเกิดมีคนที่ 2-3 ตามมา

ด้าน รศ.นคร อินทรีย์สังวร รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร
รักษาราชการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย กล่าวว่า
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ใช่การรับน้องใหม่แต่อย่างใด
เป็นการซ้อมร้องเพลงเทิดไท้องค์ราชัน
และเพลงที่เกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรมอัญเชิญตราพระราชลัญจกรประจำพระองค์
แก่สถานบันราชภัฏเลย เป็นกิจกรรมที่มหาวิทยาลัยราชภัฏจะจัดขึ้นในวันที่
15 มิถุนายนของทุกปี

เพื่อ ให้นักศึกษาสำนึกถึงพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
และรักในมหาวิทยาลัยราชภัฏเลย และถวายสัตว์ปฏิญาณตนเป็นนักศึกษา
ส่วนมีการพูดถึงว่า เกิดจากสิ่งที่มองไม่เห็นภายในมหาวิทยาลัยฯ
ตนไม่สามารถพูดได้ เพราะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นเรื่องไม่สมควรลบหลู่

ด้าน นายจีรชัย แก้วผา นายกองค์การนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย
กล่าวว่า ตนนั้นเป็นหนึ่งในแสน ลูกน้องเจ้าปู่เต็งลา และเจ้าปูหลุบ
เนื่องจากตนและครอบครัวมีความเชื่อด้านเจ้าศาลอยู่แล้ว
บางทีท่านอาจจะจะเป็นการสื่อให้เห็นว่ามีสิ่งที่อาจจะเกิดการลบหลู่เรื่อง
ทางนี้ภายในมหาวิทยาลัย แต่ไม่เกี่ยวข้องกับการรับน้องที่ผิดระเบียบและ
ของทางมหาวิทยาลัยแต่อย่างได เพียงมาซ้อมร้องเพลงหมู่

หามส่งโรงหมอวุ่นกลางดึกหลังเป็นลม-ชักนับร้อยขณะรับน้องมรภ.เลย

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 11 มิถุนายน 2552 10:40 น.
เลย-รับน้องมหาวิทยาลัยราชภัฏเลย เกิดอุปาทานหมู่นับร้อย
ต้องหามส่งโรงพยาบาลกลางดึก เผยอาจเป็นเพราะอากาศร้อนจัดทำให้เป็นลม
ล้มชักจนนำไปสู่ปรากฏการณ์อุปาทานหมู่

เมื่อเวลา 20.30 น.คืนที่ผ่านมา (10 มิ.ย.)ผู้สื่อข่าวรายงานว่า
ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุมูลนิธิสว่างคีรีธรรมจังหวัดเลย
มีนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏเลย
นับร้อยคนเป็นลมชักบริเวณสนามกีฬาภายในมหาวิทยาลัยราชภัฏเลย
ทางอาจารย์รอรับการช่วยเหลือจากรถพยาบาล

เจ้าหน้าที่ต่างระดมรถกู้ภัยไปยังที่ได้รับแจ้ง
เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบสภาพนักศึกษาที่นอนล้ม เป็นลม สลบ เพื่อนๆ
และรุ่นพี่กำลังช่วยกันปฐมพยาบาลเบื้องต้น รถของมูลนิธิฯ
ทยอยนำส่งโรงพยาบาลเลยไปจำนวนหนึ่งแล้ว รถกู้ชีพและรถกู้ภัย
วิ่งกันให้วุ่นทั้งจังหวัดเลย

จากการสอบถามนายวิฑูรย์ เลี้ยงรักษา ผู้อำนวยการกองพัฒนานักศึกษา
มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย ทราบว่า ในวันนี้ (10 มิ.ย.) ทางรุ่นพี่ของนักศึกษา
ได้มีการเตรียมจัดงานรับน้อง ในวันที่ 15 มิ.ย.ที่จะถึงนี้
โดยมีการรวมตัวรุ่นน้องทั้งรุ่นพี่และรุ่นน้อง ประมาณ 1,500-2,000 คน
ในสนามฟุตบอล ในช่วงเย็นของวันเดียวกัน
เพื่อทำการซ้อมร้องเพลงของมหาวิทยาลัย แต่สภาพอากาศร้อนมากเป็นพิเศษ
เหมือนฝนจะตกและมีนักศึกษาจำนวนหนึ่งเป็นลมล้มชัก
เป็นจำนวนมากจึงเป็นที่มาของการเกิดอุปาทานหมู่

ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังโรงพยาบาลเลย
พบนักศึกษาและบรรดาผู้ปกครองนับร้อยเต็มโรงพยาบาล
เจ้าหน้าที่ต้องประกาศให้ออกไปรออยู่ภายนอก เพื่อให้แพทย์ พยาบาลทำงาน
ความสะดวกมากขึ้น

นายวิวรรธน์ ก่อวิริยกมล แพทย์สาธารณสุขจังหวัดเลย
ซึ่งเดินทางไปที่โรงพยาบาล กล่าวว่า
เป็นเพราะอากาศร้อนซึ่งเป็นไปได้เมื่อมีการรวมตัวกันเป็นจำนวนมากๆ
และเมื่อมีใครเป็นอะไรไปสักคนก็มักจะเกิดการอุปาทานหมู่ขึ้นได้ขณะนี้
ได้เรียกแพทย์จากโรงพยาบาลจิตเวชราชนครินทร์
มาร่วมทำการช่วยเหลือนักศึกษาเป็นการด่วน

นายจรัญ (นามสมมติ) นักศึกษาชายคนหนึ่งกล่าวว่า
ในทุกปีรุ่นพี่จะจ้องพานักศึกษารุ่นน้องไปทำการไหว้สักการะศาลปู่หลุบ
ซึ่งเป็นศาลเก่าแก่คู่มหาวิทยาลัยฯ และจะมีเหตุการณ์เช่นนี้เกือบทุกปี
ในครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน กลับมาเกิดเหตุแบบนี้เสียก่อน
และมีจำนวนมากที่สุดเท่าที่มีมหาวิทยาลัยมา

http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000065652

วันพุธที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ชาวนาดินดำเมืองเลยร่วมปลูกหญ้าแฝกฟื้นสภาพดินสองฝั่งคลองกกกอก

เลย - สถานีพัฒนาที่ดินจังหวัดเลย ร่วมกับเทศบาลตำบลนาดินดำ
รณรงค์ปลูกหญ้าแฝกเฉลิมพระเกียรติตามแนวสองฝั่งคลองน้ำห้วยกกกอกความยาวร่วม
2 กม.หวังช่วยฟื้นความสมบูรณ์ของดิน ป้องกันการพังทลายตลิ่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (8 มิ.ย.) นายธนวัฒน์ สวรรยาธิปัติย์
นายอำเภอเมืองเลย จังหวัดเลย
เป็นประธานเปิดงานวันรณรงค์ส่งเสริมการปลูกหญ้าแฝกเฉลิมพระเกียรติ
โดยสำนักงานพัฒนาที่ดินจังหวัดเลยร่วมกับเทศบาลตำบลนาดิน จัดขึ้น ณ
คลองน้ำห้วยกกกอก มีความยาว 2 กม.

โครงการดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อรณรงค์ส่งเสริมให้ปลูกหญ้าแฝกเพื่อ
อนุรักษ์ดินและน้ำ ตามแนวพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เพื่อขยายผลปลูกจิตสำนึกร่วมกันปลูกหญ้าแฝก
เพื่อการอนุรักษ์และน้ำอย่างกว้างขวางและต่อเนื่องในพื้นที่ทั่วประเทศ

นายสมชาย กิตติชานันท์ หัวหน้าสถานีพัฒนาที่ดินจังหวัดเลย
กล่าวว่า เนื่องจากปัจจุบันสภาพการเสื่อมโทรมของทรัพยากรดิน
นับวันจะรุนแรงและเป็นปัญหาสำคัญในการประกอบอาชีพ ของเกษตรกร
เนื่องจากสภาพดินขาดอินทรีย์วัตถุ ดินมีการชะล้างพังทลาย
เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ผลผลิตของเกษตรกรลดลง รายได้ไม่คุ้มกับการลงทุน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ทรงมีพระปรีชาสามารถและสายพระเนตรที่ยาวไกล
จึงได้พระราชทานแนวทางอนุรักษ์ดินและน้ำด้วยหญ้าแฝก
ซึ่งเป็นแนวทางหนึ่งที่ป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน
ที่ลงทุนต่ำและเกิดประโยชน์ หากเกษตรกรนำหญ้าแฝกมาปลูกตามหลักวิชาการ

สำนักงานพัฒนาที่ดินจังหวัดเลยจึงร่วมกับเทศบาสลตำบลนาดินดำ
อำเภอเมืองเลย จัดงานวันรณรงค์ส่งเสริมการปลูกหญ้าแฝกเฉลิมพระเกียรติขึ้น

http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000064303

ททท.ร่วมอำเภอด่านซ้ายจัดงานละเล่นผีตาโขนกระตุ้นท่องเที่ยว

เลย - ททท.ร่วมอำเภอด่านซ้าย จ.เลย จัดงานสืบสานประเพณีท้องถิ่น
"ประเพณีบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขน"
เผยปีนี้จัดยิ่งใหญ่สุดอลังการตระการตา หวังกระตุ้นการท่องเที่ยว

จังหวัดเลย ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)
ได้กำหนดจัดงานประเพณีบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขน ประจำปี 2552
ระหว่างวันที่ 26-28 มิถุนายน 2552 ณ อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย

นางอัจฉพรรณ บุญเจริญ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
สำนักงานเลย เปิดเผยว่า งานบุญหลวงถือเป็นงานบุญใหญ่ประจำปีประจำท้องถิ่น
โดยรวมเอา "งานบุญพระเวส" (ฮีตเดือนสี่) และงาน "บุญบั้งไฟ" (ฮีตเดือนหก)
เข้าไว้เป็นงานบุญเดียวกัน
งานบุญพระเวสนั้นเป็นงานที่จัดขึ้นเพื่อฟังเทศน์มหาชาติทั้ง 13 กัณฑ์
ซึ่งเชื่อว่า จะได้อานิสงค์แรงกล้า บันดาลให้พบพระศรีอริยเมตไตรย์
ในชาติหน้า

ส่วนงานบุญบั้งไฟเป็นงานบุญที่จัดขึ้นเพื่อบูชาอารักษ์หลักเมืองและ
ถือเป็นประเพณีการแห่ขอฝนให้ตกต้องตามฤดูกาล ซึ่งในงานบุญหลวงนี้จะมี
"การละเล่นผีตาโขน" ซึ่งปัจจุบันเป็นกิจกรรมประเพณีที่โดดเด่นสนุกสนาน
และเป็นที่รู้จักกันทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นชาวไทยและชาวต่างประเทศ
การละเล่นผีตาโขน ช่วยสร้างความสนุกสนานครื้นเครงในขบวบแห่
และถือเป็นการแสดงออกถึงศิลปวัฒนธรรมอันดีงามน่าภาคภูมิใจอย่างหนึ่งของชาว
อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย

นางอัจฉพรรณ ระบุว่า ประเพณี
ดังกล่าวได้ยึดถือปฎิบัติสืบทอดกันมาตั้งแต่ครั้งบรรพกาล
โดยปีนี้กำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 26-28 มิถุนายน 2552 ณ วัดโพนชัย
และบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอด่านซ้าย ภายในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย

อาทิ พิธีเบิกพระอุปคุต พิธีบายศรีสู่ขวัญเจ้าพ่อกวน
และเจ้าแม่นางเทียม พิธีแห่พระเวสสันดรเข้าเมือง การจุดบั้งไฟ
ขบวนแห่ผีตาโขน การประกวดเต้นผีตาโขน การสาธิตการทำหน้ากากผีตาโขน
การแสดงดนตรีและวัฒนธรรม การจำหน่ายสินค้า ผลิตภัณฑ์ชุมชนและท้องถิ่น
และศูนย์อาหารของกลุ่มแม่บ้าน ทั้งนี้
ผีตาโขนจะออกวาดลวดลายกันตั้งแต่เช้าจนดึก เพียง 2 วันเท่านั้น

งานประเพณีบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขน
นับเป็นงานบุญแสนสนุกของชาวจังหวัดเลยที่มีมนต์ขลังของพิธีกรรมต่างๆ
พร้อมมีการละเล่นที่สนุกของชาวบ้านที่ไปด้วยกันได้อย่างลงตัว
ถือว่าเป็นมุมมองใหม่ที่น่าตื่นตาตื่นใจ
และขณะนี้ทางจังหวัดเลยได้เตรียมความพร้อมในเรื่องที่พัก ร้านอาหาร
ห้องน้ำ และที่จอดรถ
เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่จะหลั่งไหลสู่อำเภอด่านซ้ายไว้เรียบร้อยแล้ว

หาก นักท่องเที่ยวสนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเลย โทรศัพท์ 042-812812, 042-811405
โทรสาร 042-811480 Website: www.tat.or.th/loeicenter E- mail :
tatloei@tat.or.th ที่ว่าการอำเภอด่านซ้าย โทรศัพท์ 042 - 891266

วันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

หน่วยทหารพัฒนาเลยเร่งขุดลอกลำน้ำป้องกันน้ำเอ่อท่วมซ้ำ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 29 พฤษภาคม 2552 12:34 น.
เลย-หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา จทบ.เลยเร่งขุดลอกแม่น้ำเลย
โดยเฉพาะจุดที่เป็นคอขวดหวังให้น้ำระบายได้เร็วขึ้น
ป้องกันน้ำเอ่อท่วมพื้นที่สองฝั่งแม่น้ำ

เมื่อเวลา 08.00 น. วันนี้( 29 พ.ค.) พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์
ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา และคณะ
เดินทางมาตรวจเยี่ยมผลการปฏิบัติงานขุดลอกแม่น้ำเลย
ของหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 23 สำนักงานทหารพัฒนาภาค 2 จังหวัดเลย
เพื่อแก้ปัญหาอุทกภัย โดยได้ตรวจเยี่ยม 3 จุดคือบริเวณบ้านบุ่งตาข่าย
ต.ปากปวน อ.วังสะพุง บ้านขอนแดง ต.นาอาน อ.เมืองเลย และบ้านแก่งสาระแพ
ต.หาดทรายขาว อ.เชียงคาน

พ.อ.ยุทธศักดิ์ บุตรพันธ์ ผบ.หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 23 กล่าวว่า
ในพื้นที่จังหวัดเลยเคยเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่เมื่อปี 2545
โดยสาเหตุประการหนึ่งเกิดจากตลอดสายของแม่น้ำเลยเกิดตะกอนดินทับถม
ทำให้ตื้นเขิน ส่งผลให้น้ำที่ไหลลงมาจากอำเภอภูหลวง ระบายไม่ทัน
เอ่อล้นตลิ่งขึ้นท่วมบ้านเรือน
และพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง

ดังนั้นหน่วยบัญชาการทหารพัฒนาได้ดำเนินโครงการขุดลอกแม่น้ำเลยในจุด
ที่ติ้นเขิน และเป็นลักษณะคอขวด ซึ่งหลังจากการขุดลอก
ได้ปรากฏว่าสามารถระบายน้ำได้เร็วขึ้น
สามารถลดความเสียหายจากน้ำท่วมในช่วงฤดูน้ำหลากได้เป็นอย่างดี

วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ชาวสวนมะม่วงเชียงคานหลงลมครูพี่เลี้ยงเสนอดอกเงินกู้สูงถูกเชิดรวมกว่า 30 ล้านบาท

เลย -ชาวสวนมะม่วง บุฮม โดนต้มเงินหมดหมูบ้าน 30 กว่าล้าน
เผยหลงเชื่อให้ครูพี่เลี้ยงกู้เงิน หวังข้อเสนอที่ให้ดอกเบี้ยสูง
สุดท้ายถูกเชิดเงิน

เมื่อเวลา 13.00 น.วันนี้ (26 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงาน
ที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอเชียงคาน มีชาวบ้านจากตำบลบุฮม อ.เชียงคาน จ.เลย
จำนวน 29 ราย เข้าแจ้งความแก่ พ.ต.ท.สมพงษ์ หงษ์ไพริน เจ้าพนักงานสืบสวน
ว่า ทั้งหมดได้ถูก น.ส.บุษดี วันชม อายุ 35 ปี บ้านเลขที่ 160/2 หมู่ 7
บ้านวัฒนาภิรมย์ ต.บุฮม มีอาชีพ เป็นครูพี่เลี้ยงพัฒนาเด็กเล็ก
วัดศรีภูมิ ได้ทำสัญญากู้ยืมเงินจากเจ้าทุกข์ทั้ง 29 ราย รวมเป็นเงิน
9,400,000 บาท และ ที่ไม่ได้ทำสัญญาอีกกว่า 40 ราย เป็นเงินกว่า
21,000,000 บาท รวมเป็นเงินกว่า 30 ล้านบาท

ทั้งหมดได้ติดตามทวงหนี้เมื่อครบกำหนดสัญญา แต่ น.ส.บุษดี
ได้พยายามบ่ายเบี่ยง และเริ่มผิดนัดเรื่อยมา และทราบภายหลังว่า น.ส.บุษดี
ได้ทำสัญญากับบุคคลอื่นแบบเดียวกันหลายราย ทั่วทั้งอำเภอเชียงคาน
โดยไม่ปรากฏว่า นำเงินที่กู้ยีมไปลงทุนประกอบธุรกิจ
ที่จะทำให้สามารถได้รับผลตอบแทนมาชำระหนี้เงินต้น
และดอกเบี้ยให้แก่ผู้กู้ได้

จนกระทั่งวันที่ 6 พ.ค.2552 น.ส.บุษดี
ได้หายตัวไปจากบ้านพร้อมสามี ที่เพิ่งแต่งงานเมื่อไม่นานมานี้
โทรศัพท์ก็ไม่รับสาย ติดตามไปยังบ้านก็ไม่พบ คาดว่า
จะหลบหนีไปอยู่กับญาติทางฝั่งประเทศ ส.ป.ป.ลาว

นางสมัคร ผางสา อายุ 53 ปี เลขที่ 40 หมู่ 8 บ้านห้วยผักกูด
ต.เชียงกลม อ.ปากชม กล่าวว่า ตนเป็นราษฎรตำบลบุฮมเหมือนกัน
แต่มาทำมาค้าขายส่งมะม่วงกับสามี ที่ ต.เชียงกลม
เห็นว่าเป็นคนบ้านเดียวกัน และ น.ส.บุษดี
ก็เคยเป็นพนักงานการเงินของกองทุนหมู่บ้านบ้านบุฮม

น.ส.บุษดี อ้างว่า เนื่องจากวิสาหกิจชุมชน 39 แห่ง
ในอำเภอเชียงคาน ถึงวาระที่จะต้องนำเงินไปชำระกับ
ธ.ก.ส.แต่เนื่องจากวิสาหกิจนั้นๆ ไม่มีเงินเพียงพอ
จึงมารวบรวมเงินกับญาติในตำบล เข้าร่วมกันไปให้วิสาหกิจกู้
ตนลงทุนด้วยเงินที่เก็บหามาตลอดชีวิต นำเงินมาร่วมลงทุนกับ น.ส.บุษดี
ตั้งแต่ปี 2545 โดยให้ผลตอบแทนร้อยละ 5 ต่ออาทิตย์ ดอกเบี้ยที่ได้มา
ก็นำมาสมทบรวมทบต้นไปเรื่อยๆ ทุกครั้งก็นำเงินมาจ่ายให้ตรงเวลา

ต่อมาตนจึงชวนน้องสาวมาร่วมลงทุนอีกด้วย
รวมแล้วตนและน้องสาวเป็นเงิน 1,600,000 บาท
ไม่ทราบว่าจะได้เงืนคืนหรือไม่
ต้องฝากความหวัให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามให้

ส่วน พ.ต.อ.อดุลย์ รัตนจันทร์ ผกก.สภ.เชียงคาน กล่าวว่า
เรื่องนี้เป็นข่าวมาหลายพื้นที่ และน่าจะเฉลียวใจหน่อยว่า
ทำไมเขาจึงให้ผลตอบแทนมากกว่าความเป็นจริง แล้วยิ่งพบว่า
เริ่มมีการจ่ายเงินไม่ตรงเวลา น่าจะมาแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบโดยด่วน
ปล่อยมาตั้งหลายวันแล้ว
คาดว่าผู้ต้องหาคงหลบหนีไปอยู่กับญาติทางฝั่งลาวแล้ว อย่างไรก็ตาม
เจ้าหน้าที่จะพยายามติดตามผู้ต้องหาลงโทษโดยเร็ว

วันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

พันธมิตรฯเลย หนุนตั้งพรรคสร้างการเมืองใหม่

เลย- "สมศักดิ์"
เดินสายร่วมเวทีเสวนาแนวทางการสร้างการเมืองใหม่ที่จังหวัดเลย
พร้อมหยั่งเสียงกรณีตั้งหรือไม่ตั้งพรรคการเมืองของพันธมิตรฯ
วิพากษ์การเมืองไทย
ย่ำอยู่กับที่เพราะผลประโยชน์ทับซ้อนแม้กระทั่งพรรคประชาธิปัตย์ก็ยังไม่พ้น
วังวนรูปแบบการเมืองแบบเก่าๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่หอประชุมสมาคมพ่อค้าจังหวัดเลย
เมื่อวันที่ 18 พ.ค.ที่ผ่านมา นายสมศักดิ์ โกศัยสุข 1 ใน 5
แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย รุ่นที่ 1
ได้เข้าร่วมเสวนาการเมืองใหม่และหยั่งโหวตเสียงพันธมิตรฯ เลย
กรณีสมควรตั้งพรรคการเมืองหรือไม่ โดยมีพี่น้องพันธมิตรฯ
เลยและจังหวัดใกล้เคียงร่วมเสวนาหลายร้อยคน

นายสมศักดิ์
ได้กล่าวถึงความเป็นมาในการต่อสู้ของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ใน
193 วัน ว่า เป็นการขับไล่รัฐบาลทรราช
รัฐบาลในรูปแบบการเมืองเก่าและอีกไม่กี่วันก็จะครบรอบ 1 ปีที่พันธมิตรฯ
เริ่มชุมนุมขับไล่รัฐบาลทรราช

นายสมศักดิ์ ได้กล่าวถึงพรรคการเมืองที่มีอยู่ในปัจจุบัน ว่า
ยังเป็นวงจรของพรรคการเมืองแบบเก่าๆ แม้กระทั่งพรรคที่เป็นรัฐบาลอยู่
เช่น พรรคประชาธิปัตย์เองยังคงเล่นการเมืองในรูปแบบการเมืองแบบเก่าๆ
มีการเข้าออกของนักการเมืองเก่าๆ ที่ไม่มีคุณภาพ
ยังทำงานการเมืองเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ของกลุ่มตน

"เมืองไทยจะไม่เจริญถ้าแต่ละคนยังเล่นการเมืองเพียงเพื่อรักษาอำนาจ
ปกป้องผลประโยชน์ของพวกพ้อง พ่อโดนคดียุบพรรคให้ลูกลงแทน
ผัวโดนคดีเมียลงสมัคร ส.ส.แทน แบบนี้มันเป็นการเมืองที่น้ำเน่าจริงๆ
เราพันธมิตรฯต้องการการเมืองใหม่
ที่มีผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นเป้าหมายหลัก" นายสมศักดิ์
กล่าว

ส่วนของการเมืองใหม่ที่พันธมิตรฯ
จะมีการหารือและทำการโหวตว่าจะมีการตั้งพรรคหรือไม่นั้น นายสมศักดิ์
บอกว่า การเมืองใหม่จะต้องเป็นการเมืองที่ใหม่จริงๆ
การเมืองจะต้องสามารถตรวจสอบได้ แม้จะทั้งกลุ่มพันธมิตรฯ
ที่ตั้งพรรคการเมืองเอง หาก ส.ส.หรือคนในพรรคของพันธมิตร ฯทำตัวไม่ดี
ไม่เหมาะสมก็โดนขับไล่ได้เช่นกัน

ในช่วงท้าย หลังจากที่มีการเสวนาและรับฟังคำปราศรัยจากแกนนำแล้ว
ก็ได้มีการหยั่งเสียง เรื่องการตั้งพรรคการเมือง
โดยได้ผลโหวตท่วมท้นให้มีการตั้งพรรคการเมือง
เพื่อเปลี่ยนแปลงการเมืองแบบเก่า และเชิญชวนพี่น้องชาวจังหวัดเลย
ร่วมประชุมแสดงประชามติจริงในวันที่ 24 พฤษภาคม ที่ อาคารนันทนาการ
มหาวิทยาลัยรังสิต

วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

เมืองเลยฝนตกหนักน้ำป่าซัดรถตู้ตกข้างทาง คนขับกระดูกสันหลังหัก

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 21 พฤษภาคม 2552 11:13 น.
เลย - ฝนตกหนัก น้ำป่าทะลัก
โชคร้ายรถตู้วิ่งผ่านจะเข้าอำเภอด่านซ้ายถูกความแรงของน้ำที่ไหลจากภูเขาซัด
เสียหลักตกข้างทาง ผู้โดยสารในรถปีนขึ้นต้นไม้หนีน้ำจนชาวบ้านมาช่วยทัน
ขณะที่คนขับถูกน้ำซัด กระดูกสันหลังหัก
เผยกำลังเดินทางส่งหลานสาวเข้าเรียน ม.แม่ฟ้าหลวง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 23.00 น. คืนที่ผ่านมา (20 พ.ค.)
หลังจากที่มีฝนตกลงมาอย่างหนัก
ได้เกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากพัดรถตู้โดยสารหมายเลขทะเบียน ฮง 1157
กรุงเทพมหานคร ที่บริเวณถนนด่านซ้าย-ภูเรือ บ.ห้วยลาด ต.โคกงาม
อ.ด่านซ้าย โดยมีผู้บาดเจ็บรวม 7

นายทองใบ ศิริชมภู อายุ 60 ปี
หนึ่งได้รับผู้บาดเจ็บที่โดยสารมากับรถตู้คันดังกล่าวเล่าว่า
ตนเดินทางมากับลูกๆ และญาติรวม 7 คน รวมทั้งคนขับจากจังหวัดสกลนคร
เพื่อไปส่งหลานสาวเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย
โดยฝนได้ตกลงมาตลอดทาง
เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุรถตู้ได้ถูกน้ำป่าที่พัดมาจากลำห้วยข้างทางทำรถตู้
เสียหลักไปกระแทกกับต้นไม้อย่างแรง
และน้ำป่าได้ทะลักเข้ามาในรถตู้จนถึงระดับเอว

ตนและผู้โดยสารรายอื่นๆ ต้องรีบตะเกียกตะกายออกจากรถ
ปีนหนีน้ำที่กำลังไหลเชี่ยวขึ้นไปอยู่บนต้นไม้ 6 คน ส่วนคนขับทราบชื่อว่า
นายศิริศักดิ์ งอยหล้า อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2 หมู่ 1 ต.จันทร์เพ็ญ
อ.เต่างอย จ.สกลนคร ได้ถูกน้ำป่าซัดหายไป

หลังจากนั้นได้ช่วยกันตะโกนขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านที่ผ่านไปมา
นานกว่า 1 ชั่วโมง
มีชาวบ้านเข้ามาให้ความช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชด่านซ้าย
ส่วนคนขับนั้น เจ้าหน้าที่กู้ภัยและเจ้าหน้าที่
อส.ได้นำกำลังออกค้นหาตลอดทั้งคืน

จนกระทั่งมาพบตัวติดอยู่บนกอไผ่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 50 เมตร
ได้รับบาดเจ็บสาหัสกระดูกสันหลังหัก

ภายหลังเกิดเหตุในช่วงเช้า เจ้าหน้าที่ตำรวจ พล.ต.ต.อรรถกฤษณ์
ธารีฉัตร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย พร้อมด้วยนายพิสุทธิ์
บุษยพรรณพงศ์ นายอำเภอด่านซ้าย ได้เดินทางมาตรวจที่เกิดเหตุ
และเยี่ยมนายศิริศักดิ์ คนขับที่โรงพยาบาล
โดยแพทย์ระบุว่าอาการปลอดภัยแล้ว

วันพุธที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ชาวเขาหลวงประท้วงอีกสุดทนสารพิษจากเหมืองทองทุ่งคำ

เลย-ชาวบ้านเขาหลวง อ.วังสะพุงสุดทนรับผลกระทบจากสารพิษไม่ไหว
รวมตัวประท้วงต้านเหมืองทองทุ่งคำขยายพื้นที่เหมืองบริเวณภูเหล็ก
ซึ่งถือเป็นป่าแหล่งอาหารสุดท้ายของชาวบ้าน
โดยไม่มีการทำประชาคมหมู่บ้านที่ถูกต้องตามขั้นตอน

วันนี้(19 พ.ค.) ที่องค์การบริหารส่วนตำบลเขาหลวง อ.วังสะพุง
จ.เลย ชาวบ้านในนามกลุ่มคนรักษ์บ้านเกิดที่อาศัยอยู่บริเวณรอบเหมืองทองของบริษัท
ทุ่งคำ พื้นที่ ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จำนวนกว่า 300 คน นำโดยนายสมัย
ภักมี สมาชิกสภา อบต.เขาหลวง
เดินทางมาชุมนุมคัดค้านการขยายพื้นที่เหมืองทองในพื้นที่ป่าลุ่มน้ำชั้น 1
เอ เนื่องจากหวั่นเกรงว่ากระบวนการผลิตที่ใช้สารเคมีปริมาณมหาศาล
จะส่งผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมต่อชุมชน มากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

นายเสถียร สนม หนึ่งในแกนนำกลุ่มคนรักษ์บ้านเกิดกล่าวว่า
หลังจากที่เหมืองทองทุ่งคำมาเปิดดำเนินการตั้งแต่ปี 2549
ชาวบ้านเริ่มได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง
มีอาการเจ็บป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุรายหลาย พืชผลทางการเกษตรมีผลผลิตลดลง

จนกระทั่งเมื่อเดือนมีนาคม 2552
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเลยได้ประกาศให้ชาวบ้านงดใช้น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติ
หมู่บ้านรอบเหมืองทอง เพราะตรวจพบสารพิษหลายชนิด เช่น แคดเมี่ยม ไซยาไนด์
แมงกานิส พืชผลทางการเกษตรไม่สามารถเอาไปขายที่ตลาดในเมืองได้
เพราะผู้รับซื้อรู้ว่ามาจากหมู่บ้านรอบเหมืองทองจะบอก ปฏิเสธทันที
ทำให้ต้องนำมาเททิ้ง ทำให้ชาวบ้านต้องออกมาชุมนุม ขอรับบริจาคน้ำ
เพราะไม่มีเงินซื้อน้ำกินน้ำใช้ และได้ชุมนุมคัดค้านมาตลอด

นอกจากนี้ เมื่อเร็วๆ นี้กลุ่มชาวบ้านได้ทราบว่า
บริษัทได้ยื่นขออนุญาต ขยายพื้นที่เหมืองบริเวณภูเหล็ก
ซึ่งถือเป็นป่าแหล่งอาหารสุดท้ายของชาวบ้าน
โดยไม่มีการทำประชาคมหมู่บ้านที่ถูกต้องตามขั้นตอน
นำเอารายชื่อที่ประชาชน
ลงชื่อรับบริจาคน้ำมาแอบอ้างว่าผ่านการทำประชาคมแล้ว อีกทั้งตาม
พ.ร.บ.เหมืองแร่ จะเข้ามาขอประทานบัตรในป่าลุ่มน้ำชั้น 1 เอ ไม่ได้

ดังนั้น จึงขอเรียกร้องให้นายก อบต.เขาหลวง
ชะลอการอนุมัติการขยายพื้นที่ให้กับบริษัททุ่งคำ
จนกว่าจะมีการดำเนินการทำประชาคมที่โปร่งใส ให้ชาวบ้านมีส่วนร่วม
และถูกต้องตามกฎหมายเสียก่อน
พร้อมทั้งขอให้ตั้งศูนย์วิจัยเพื่อหาสาเหตุผลกระทบต่างจากการประกอบกิจการ
เหมืองแร่ ที่มีบุคลากร
สถาบันการศึกษาที่มีความน่าเชื่อถือของทั้งชุมชนและบริษัท
โดยให้ใช้งบประมาณของรัฐเท่านั้น

ทั้งนี้ กลุ่มผู้ชุมนุมได้ยื่นหนังสือคัดค้านต่อนางสุภาวดี คำสุข
นายก อบต.เขาหลวง ก่อนเดินทางแยกย้ายกันกลับบ้าน

ด้านนางสุภาวดี คำสุข ตัวแทนชาวบ้านกล่าวว่า
ขณะนี้ขั้นตอนการยื่นขอประทานบัตรขยายพื้นที่เหมืองของบริษัททุ่งคำได้ผ่าน
การทำประชาคมหมู่บ้านแล้ว ขั้นตอนต่อไปรอการพิจารณาของสภา อบต.

อย่างไรก็ตาม ในความเห็นส่วนตัว ไม่ควรมีการขยายพื้นที่เพิ่ม
เพราะที่ผ่านมาเหมืองก็ได้สร้างความเดือดร้อนและขัดแย้งกับชาวบ้านมาโดยตลอด
อยากเรียกร้องให้ทางจังหวัดตั้งคณะกรรมการลงมาแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างจริง
จัง ก่อนที่จะเกิดความขัดแย้งหนักขึ้นต่อไป

วันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

นายอำเภอด่านซ้ายหวั่นเกิดโคลนถล่ม สั่งอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยแล้ว

เลย-นายอำเภอด่านซ้าย จ.เลย ห่วงประชาชนที่อาศัยใกล้ภูเขา
อาจได้รับอันตรายจากดินโคลนถล่ม หลังฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน
พร้อมสั่งการกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน
ประกาศเตือนชาวบ้านให้อพยพออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยโดยเร่งด่วน
หวั่นซ้ำรอยเหตุการณ์น้ำป่าถล่มบ้านเรือนชาวบ้านเมื่อปี 2550

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ จ.เลย
เป็นพื้นที่กว้าง และมีปริมาณฝนมากเป็นพิเศษ หรือวัดปริมาณได้มากถึง
120-180 มิลลิเมตร ทำให้ดินบนภูเขาอุ้มน้ำมาก
มีความเสี่ยงสูงที่อาจเกิดปัญหาดินโคลนถล่ม
โดยเฉพาะที่อยู่อาศัยของประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้กับภูเขาในเขตอำเภอด่านซ้าย
จ.เลย อาจเกิดปัญหาดินทรุดได้

นายพิสุทธิ์ บุษยพรรณพงศ์ นายอำเภอด่านซ้าย กล่าวหลังไปร่วมงานศพ
นางบุญเริง อินสิงห์ทอง อายุ 36 ปี บ้านเลขที่ 62 ม.9 ต.กกสะทอน
อ.ด่านซ้าย จ.เลย หญิงเคราะห์ร้ายที่ถูกแนวดินสไลด์ทับเสียชีวิต
ขณะออกไปหาเห็ดและไปเอาดินที่สไลด์ออกจากพื้นที่นาข้าวว่า
ขณะนี้ได้สั่งการไปยังกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตามหมู่บ้านต่างๆ
ที่อยู่ใกล้ภูเขาให้ประกาศเตือนประชาชนที่อาศัยใกล้แหล่งน้ำ ลำห้วย
และพื้นที่เสี่ยงใกล้ภูเขาให้ออกจากพื้นที่ด่วน

ทั้งนี้ หากมีปริมาณฝนตกติดต่อกันเป็นเวลานาน ทั้งวันทั้งคืน
หรือสามารถวัดปริมาณผลได้มากกว่า 100 มิลลิเมตร
มีความเสี่ยงจะอาจเกิดอันตรายจากดินถล่มได้
โดยจัดให้มีการประชุมกำนันผู้ใหญ่บ้านทั้ง 4 ตำบล
ที่เป็นพื้นที่เสี่ยงภัยไปแล้ว
และให้นำหอกระจายข่าวมาเป็นจุดแจ้งเหตุเตือนภัยกับประชาชนในพื้นที่เสี่ยง
ด้วย

นายพิสุทธิ์กล่าวต่อว่า
สถานการณ์ล่าสุดมีความเป็นห่วงประชาชนที่พักอาศัยอยู่บริเวณบ้านน้ำพุง
ตำบลโป่ง อ.ด่านซ้าย มากเป็นพิเศษ และพื้นที่อื่นๆเช่น ตำบลวังยาว
ตำบลอีปุ่ม ตำบลกกสะทอน
และเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาทางนายอำเภอและเจ้าหน้าที่กรมธรณีวิทยาจังหวัดเลย
ได้ลงพื้นที่ไปสำรวจพื้นที่บริเวณภูเขาหลังบ้านน้ำพุง

มีรายงานข่าวว่า พบร่องรอยของการสไลด์ดินบนภูเขาเป็นแนวยาว
ซึ่งมีความเสี่ยงที่อาจเกิดปัญหาดินโคลนถล่มสูงมาก

จังหวัดเลยได้วางแผนป้องกันปัญหาดินโคลนถล่มเป็นการเร่งด่วนแล้ว
เพราะหากมีฝนตกหนักติดต่อกันทั้งวัน
โอกาสที่ดินบนภูเขาที่อุ้มน้ำปริมาณมาก อาจทำให้ดินบนภูเขาสไลด์
หล่นมากับน้ำได้ และที่สำคัญอาจเป็นเหตุสลดเหมือนเหตุการณ์เมื่อปี 2550
ที่น้ำป่าพัดถล่มบ้านเรือนประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้แหล่งน้ำ
จนทำให้มีชาวบ้านเสียชีวิตถึง 3 คน

ฝนฟ้าคะนองดินโคลนสไลด์ทับชาวด่านซ้ายตาย 1

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 14 พฤษภาคม 2552 14:47 น.
เลย - ฝนฟ้าคะนองหนักตลอดทั้งคืนในพื้นที่จังหวัดเลย
เคราะห์ร้ายราษฏรในอำเภอด่านซ้ายฝ่าสายฝนทำคันดินกั้นน้ำเข้านาถูกดินโคลน
ภูเขา สไลด์ ทับเสียชีวิต 1 ราย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า
ตลอดคืนที่ผ่านมาในพื้นที่จังหวัดเลยมีฝนตกหนัก
หลายพื้นที่บ้านเรือนได้รับความเสียหาย
โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอด่านซ้ายมีปริมาณฝนมากถึง 100-120
มม.และได้เกิดอุบัติเหตุมีผู้เสียชีวิตจากฝนฟ้าฟ้าคนองในครั้งนี้จำนวน 1
ราย

โดย นายพิสุทธิ์ บุษยพรรณพงศ์ นายอำเภอด่านซ้าย ได้รับแจ้งว่า
มีราษฎรถูกดินโคลนสไลด์ทับเสียชีวิต เมื่อคืนที่ผ่านมา คือ นางบุญเริง
อินสิงห์ทอง อายุ 36 ปี บ้านเลขที่ 62 ม. 9 ต. กกสะทอน อ. ด่านซ้าย จ.เลย

จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่า ผู้เสียชีวิตนั้น ได้ออกไปเก็บเห็ด
และไปกั้นน้ำเข้านา บริเวณคลองควาย ภูห้วยฮ่อม
ผู้ตายได้ไปกั้นน้ำเพื่อไม่ให้น้ำที่ไหลจากเทือกเขาเข้าพื้นที่นา
เพราะจะทำให้นาข้าวเสียหาย
ระหว่างที่ขุดดินทำคันกั้นน้ำนั้นก็ได้มีดินโคลนจากภูเขาไหล
หล่นมาทับร่างนางบุญเริง เสียชีวิตคาที่

ล่าสุด เมื่อสายวันนี้ (15 พ.ค.) นายพิสุทธิ์ บุษยพรรณพงศ์
นายอำเภอด่านซ้าย
เดินทางไปเยี่ยมญาตินางบุญเริงพร้อมมอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นเพื่อสวด
อภิธรรม

วันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

กลุ่มคนรักกล้วยไม้เมืองเลยจัดงานคืนกล้วยไม้สู่ป่า วันพืชมงคล

เลย - กลุ่มผู้รักกล้วยไม้
และผู้ปลูกกล้วยไม้จังหวัดเลยร่วมกันจัดงานคืนกล้วยไม้สู่ป่า
คาดหวังใช้เป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องกล้วยไม้ในจังหวัดเลย
ทั้งเป็นการคืนกล้วยไม้สู่ป่าเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่องค์พระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ตามพระราชเสาวนีย์
และให้ประชาชนให้มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 10.00 น.วันนี้ (11 พ.ค.)
ที่บริเวณลานวัดป่าพุทธ ต.เมือง อ.เมือง จ.เลย นายอุดมศักดิ์ จรกิจ
รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย เป็นประธานเปิดงานคืนกล้วยไม้สู่ป่า
ในวันพืชมงคล ซึ่งทางกลุ่มผู้รักกล้วยไม้
และผู้ปลูกกล้วยไม้จังหวัดเลยเป็นผู้จัดขึ้น โดยมีเด็กนักเรียน
ผู้สูงอายุ ตลอดจนผู้ปลูกกล้วยไม้ และประชาชนที่สนใจร่วมงานประมาณ 100 คน

การจัดงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดทำเป็นแหล่งเรียนรู้
เรื่องกล้วยไม้ต่างๆ
ในจังหวัดเลยเป็นการคืนกล้วยไม้สู่ป่าเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล
แด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
ตามพระราชเสาวนีย์
และให้ประชาชนให้มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้
คิดตระหนักและรับผิดชอบร่วมกัน

เพื่อให้ประชาชนที่มีใจรักในกล้วยไม้
ได้มีโอกาสพบกันและร่วมแลกเปลี่ยนและเนื่องในโอกาสวันพืชมงคลด้วย
และให้ประชาชนนั้นได้ปลูกต้นไม้ในวันนี้
ตลอดจนพัฒนาการจัดตั้งเป็นองค์กรต่อไป

ภายในงานมีกิจกรรมปลูกกล้วยไม้ บนต้นไม้ ด้วยตนเอง,
ชมดนตรีบรรเลงเพลงอนุรักษ์ธรรมชาติตลอดงาน

ที่มา http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000052227

วันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

วันวิสาขบูชาคึกชาวพุทธแห่ร่วมทำบุญตักบาตร

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 8 พฤษภาคม 2552 11:48 น.


มหาสารคาม/เลย - ประชาชนในเขตเทศบาลเมืองมหาสารคาม
ต่างพาครอบครัวเข้าวัดทำบุญเลี้ยงพระ กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ขอพร
เนื่องในวันวิสาขบูชา ขณะที่สถาบันการพาเด็กนักเรียนเวียนเทียน
เพื่อปลูกฝังเด็กให้มีจิตใจที่ดีงาม
ถวายเป็นพุทธบูชาแด่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ด้านผู้บังคับการหน่วยพัฒนาเคลื่อนที่ 23
จ.เลยนำกำลังพลร่วมทำบุญตักบาตรถวายภัตตาหารแก่ภิกษุสงฆ์

เนื่องในวันวิสาขบูชา วันนี้(8 พ.ค.)ชาวจังหวัดมหาสารคาม
ยังคงยึดมั่นในหลักธรรมและส่งเสริมพระพุทธศาสนา
โดยตามวัดต่างๆทั้งในเขตเทศบาลเมืองมหาสารคาม และวัดรอบนอก
เหล่าพุทธศาสนิกชน
พ่อแม่ผู้ปกครองได้นำบุตรหลานร่วมกันออกไปทำบุญเลี้ยงพระถวายภัตตาหารแด่พระ
ภิกษุสงฆ์ เพื่อปลูกฝังเด็กและเยาวชนให้เป็นผู้มีธรรมะในจิตใจ
เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีและช่วยสืบทอดพระพุทธศาสนาให้คงอยู่สืบไป
อีกทั้งเพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต

ขณะที่สถาบันการศึกษาหลายแห่งได้จัดกิจกรรมส่งเสริมพระพุทธศาสนา
ด้วยการนำนักเรียนในสังกัดไปเวียนเทียน ทำบุญและฟังธรรมเทศนาที่วัด
เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแด่องค์สัมมาสัมพุทธเจ้า

ทางด้านจังหวัดเลย แต่เช้าวันนี้เช่นกัน( 8 พ.ค.) เวลา 07.00 น.
ที่วัดคงคาวนาราม ต.ท่าสวรรค์ อ.นาด้วง จ.เลย พันเอกยุทธศักดิ์ บุตรพันธ์
ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 23 สำนักงานพัฒนาภาค 2
หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย พร้อมกำลังของหน่วยฯ
ร่วมกับประชาชนจัดกิจกรรมเนื่องในวันวิสาขบูชา โดยมีการทำบุญตักบาตร
ถวายภัตตาหารแด่พระภิกษุสงฆ์ การฟังบรรยายธรรม เวียนเทียนรอบพระอุโบสถ
และพัฒนาบริเวณรอบวัดด้วย


http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000051472