วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ชาวภูหลวงร้องสภาทนายความนายทุนรวมหัว ขรก.ท้องถิ่นฮุบที่ดิน

เลย - ชาวบ้านภูหลวง จังหวัดเลย ร้องสภาทนายความเลย
ถูกนายทุนออกเอกสารสิทธิ ฮุบที่ โดยมีข้าราชการในท้องถิ่นรู้เห็นเป็นใจ
วอนนายกรัฐมนตรีช่วยด่วน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 08.30 น.วันนี้ (19 มิ.ย.)
ได้มีชาวบ้านจากอำเภอภูหลวง ประมาณ 50 ราย
เข้าไปร้องเรียนความเดือดร้อนกับสภาทนายความจังหวัดเลย
เพื่อขอความเป็นธรรม กรณีมีนายทุนจะออกสารสิทธิทับที่ ในเขตอำเภอภูหลวง
นับ 100 ราย

นายพนมยงค์ ไชยปะ ประธานสภาทนายความจังหวัดเลย กล่าวว่า ในปี
2537-2538 มีนายทุนจากกรุงเทพฯ ได้เข้าไปกว้านซื้อที่ดินบ้านนาฝาย ต.ภูหอ
อ.ภูหลวง จ.เลย 20 กว่าแปลง ได้มีการเรียกเอา นส.3 จากชาวบ้าน
โดยการวางวัดจำซื้อไว้ไร่ละ 8,000 บาท
โดยมีการระบุว่าจะมาซื้อที่ดินดังกล่าว ซึ่งสมัยนั้นไร่ละ 8,000 บาท
ถือว่าแพง ก็มีชาวบ้านส่วนหนึ่งนำไปขายให้กับนายทุนกลุ่มนี้

ต่อมาได้มีการซื้อขายประมาณ 20 กว่าราย
ซึ่งมีการวางวัดจำไว้ส่วนหนึ่ง ตั้งแต่ 8,000-10,000
บาทจากนั้นนายทุนก็นำเอา น.ส.3
ไปด้วยและมีการทำสัญญาว่าจะซื้อจะขายในเดือนนั้นและอีกที่เหลือจะมาชำระจาก
นั้นก็จะมาโอนกันในภายหลัง พอครบกำหนด ทางนายทุนก็เดินทางมาจริงๆ

แต่ปรากฏว่านายทุนกลับไม่ซื้อที่ดินดังกล่าวแล้วบอกว่าให้ฉีกหนังสือ
สัญญาที่จะซื้อจะขายนั้นทิ้งไป ส่วนเงินมัดจำนั้นก็จะไม่รับคืน ให้ไปเลย
ส่วน น.ส.3 นั้นจะเอามาคืนภายหลัง
หลังจากนั้นทางนายทุนกลุ่มนี้ก็หายไปเลย

จากนั้นประมาณปี 2547 ปรากฏว่าได้มีนายทุนนำ น.ส.3 ทั้งหมดนั้นมา
แล้วบอกว่าชาวบ้านที่มีชื่ออยู่ใน น.ส.3 นั้นได้ขายให้แล้ว
และมีการไปขายฝากเป็นทอดๆ ไปจำนองธนาคารบ้าง ขายฝากในที่อื่นๆ บ้าง
เป็นชื่อของบุคลอื่นไปแล้ว และจะมารังวัดออกโฉนด
ชาวบ้านตกใจมากกับกรณีที่เกิดขึ้น
และเข้าไปร้องเรียนกับศูนย์ดำรงธรรมของจังหวัดเลย
และสุดท้ายมีความชัดเจนว่าเอกสาร น.ส.3
ที่อยู่กับนายทุนที่ออกใหม่นั้นไม่ถูกต้อง

โดยจังหวัดเลยได้ตั้งคณะกรรมการสอบไปยังอำเภอภูหลวง
ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ไปค้นที่สำนักงานที่ดินเพื่อค้นสารบบ
ปรากฏว่าเอกสารทั้งหมดนั้นหายไปหมด
ทั้งยังมีนายทุนหรือเจ้าหน้าที่เข้าไปข่มขู่ที่หมู่บ้านหลายครั้ง

และผ่านมาประมาณ 5-6 ปี ต้นปี 2552
ได้มีหนังสือของนายทุนมาหาชาวบ้านบอกว่าให้ชาวบ้านออกไปจากพื้นที่ดินของตน
และล่าสุดในวันที่ 16 มิถุนายน 2552 มีการออกไปรังวัดออกโฉนด
จากนั้นชาวบ้านโวยวายและได้ไปแจ้งความ ที่ สภ.ภูหลวง โดย พ.ต.ท.ชาญชัย
กุณะวงค์ พส สบ 3.รับแจ้งความไว้

โดยชาวบ้านได้แจ้งการคัดค้านการเดินสำรวจเพื่อออกโฉนด
โดยนายอภิชาต จุฬาวกูร อายุ 38 ปีบ้านเลขที่ 158/9 ซ.หาดสุวรรณ ถนนนนทรี
ต.ช่องนนทรี เขตยานนาวา โดยมอบให้นายโสภณ เจริญกุล อายุ 43 ปี บ้านเลขที่
21/79 ม.3 ต.สร้อยทอง ถ.ปู่เจ้าสมิงพราย ต.สำโรง สมุทรปราการ
เพื่อรับรองการทำประโยชน์ในที่ดิน น.ส.3 เลขที่ 1765 (เดิม1465) 1773
1775 1776 1777 รวมทั้งหมด 26 แปลง ไว้เป็นหลักฐาน

นายพนมยงค์กล่าวต่ออีกว่า หลังจากมีชาวบ้านมายื่นเรื่องไว้ 100
กว่าครอบครัว และรวบรวมเอกสารของเกษตรกรที่มาร้อง ทั้งหมด 26
ฉบับและหนังสือสัญญาจะซื้อขาย ด้านการดำเนินการ
ทางสภาทนายความจังหวัดเลยจะได้มีการประชุมปรึกษาแนวดำเนินการ
ช่วยเหลือเกษตรกรกลุ่มนี้ โดยจะพิจารณาในประเด็น 1.
การทำงานของเจ้าหน้าที่ ข้าราชการที่ดินที่ทำผิดโดยมิชอบ
จะหาตัวเจ้าหน้าที่กลุ่มนี้มาลงโทษ
หากจับได้ว่าส่วนไหนให้ความร่วมมือในการออกเอกสาร

2.ยื่นเรื่องต่อศาลเพื่อเพิกถอนเอกสารสิทธิของนายทุน
เพื่อให้ทางศาลได้เพิกถอนที่มีการพิพาทกันและดำเนินการเรื่องออกเอกสารสิทธิ
ใหม่ให้เกษตรกรกลุ่มนี้

ด้าน นายธนกฤต หนึ่งในตัวแทนกลุ่มชาวบ้าน กล่าวว่า สัญญาวางวัดจำ
ชาวบ้านได้ยืนยันว่าไม่ได้ ขายให้กับนายทุนกลุ่มนี้แต่อย่างได
บางคนก็ไม่ได้รับเงินมัดจำด้วยซ้ำ วอนนายกรัฐมนตรีลงมาช่วยอีกทาง
ดังสโลแกนประชาชนต้องมาก่อน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น